|
| ||
|
ต่างประทีปโกสุมปทุมเทียน ๏ ขอเจริญเรื่องตำรับฉบับสอน ๏ จะนุ่งห่มดูพอสมศักดิ์สงวน
๏ ประการหนึ่งซึ่งจะเดินดำเนินนาด |
จำนงเนียรนบบาทพระศาสดา ชาวประชาราษฎรสิ้นทั้งหลาย
ให้สมควรรับพักตร์ตามศักดิ์ศรี
ค่อยเยื้องยาตรยกย่องไปกลางสนาม
| |
|
๏ คิดถึงตัวหาผัวนี้หายาก |
มันชั่วมากนะอนงค์อย่าหลงไหล | |
|
|
| |
|
๏ ที่บางนางนั้นก็ทำทุจริต |
มิได้คิดคุณท่านเท่าเกศี |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
| ||
|
๏
ที่บางคนเห็นที่ท่านมีทรัพย์ |
แต่งประดับผิวพรรณในสัณฐาน แลละลานล้วนสุวรรณอันลออ เอาเยี่ยงอย่างอยากได้น้ำลายสอ ลงเที่ยวผลอไพล่เผลเพทุบาย ต้องเอาทองเสาชิงช้าน่าใจหาย สายสร้อยสายหนึ่งก็ถึงสลึงเฟื้อง ผูกข้อมือแลงามอร่ามเหลือง จนทองเหลืองไม่ละจะกละงาม ทรลักษณ์เหลือตัวชั่วส่ำสาม ไม่มีความอายจิตสักนิดเดียว สมกับผู้ที่ไม่ตรึกนึกเฉลียว ไม่ถึงเลี้ยวก็จะล่มไปจมแปลง จะแข่งสู้สุริยาอันกล้าแข็ง เขาจะแสร้งสรวลว่าเป็นบ้ายศ เป็นผู้หญิงสองใจไม่กำหนด ใครมาจดโผจับรับตะกาง เล่นประชันเชิงลองทั้งสองข้าง ก็ขัดขวางหึงสาจะฆ่าฟัน ทำให้ชายเคืองแค้นแสนกระสัน ยื่นพระขรรค์ผัวให้กับไอ้โจร จนลือดังข่าวก้องดังกลองโขน จนมาโดนกันกระดากไม่อยากเชย ต้องเป็นเรือขึ้นคานอยู่เฉยเฉย ด้วยมากเชยหลายชู้เขารู้กล | |
|
๏ บ้างมีผัวตัวอยู่เป็นคู่ชื่น
|
ยังหาอื่นเข้าประคองเป็นสองสาม
| |
|
๏ แม้นเขารักแล้วอย่าดื้อทำถือจิต |
เร่งเกรงผิดกลัวใจใหญ่มหันต์
| |
|
๏ เกิดเป็นหญิงให้เห็นว่าเป็นหญิง
๏ แม้นพิโรธโกรธขึ้งกับภัสดา ๏ บางนารีที่เป็นนางใจร้ายกาจ
๑___สุภาษิตซึ่งประดิษฐ์มาไว้นี้
|
อย่าทอดทิ้งกริยาอัชฌาสัย
อย่านินทาว่าผัวตัวลับหลัง หมิ่นประมาททุ่มเถียงส่งเสียงแข็ง ล้วนแต่มีเยี่ยงอย่างดังเสกสรร |