สุนทรภู่
ผู้สนับสนุน
คลิปวิดีโอ
อีการ์ด
Thailand Hotels And Resorts Reservation

 :: นิราศ ::
นิราศสุพรรณ

นิราศสุพรรณแต่งขึ้นในราวปี พ.ศ.๒๓๗๔ ในระหว่างที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดสระเกศ วัตถุประสงค์ในการเดินทางคือเพื่อหาแร่ชนิดหนึ่ง ที่สามารถนำมาแปรธาตุชนิดอื่นได้ พูดง่ายๆ คือท่าน "เล่นแร่แปรธาตุ" นั่นเอง

นิราศเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเดียวของท่านที่แต่งเป็นโคลง ทำนองจะลบคำสบประมาทว่าท่านแต่งได้แต่เพียงกลอน ในนิราศเรื่องนี้ เราจะพบท่านสุนทรภู่แต่งโคลงกลบทไว้หลายต่อหลายรูปแบบ และโคลงที่มีสัมผัสในเหมือนอย่างกลอนที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า ท่านสุนทรภู่ใช้คำเอกโทษ โทโทษ เปลืองที่สุด ด้วยหมายจะคงความหมายดังที่ต้องการ ส่วนการรักษารูปโคลงเป็นเพียงเรื่องรอง ทำให้ได้รสชาติในการอ่านโคลงไปอีกแบบหนึ่ง เพราะต้องเดาด้วยว่าท่านต้องการจะเขียนคำว่าอะไร

การเดินทางครั้งนี้เหนื่อยยากหนักหนาแทบจะเอาชีวิตไม่รอด สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมา ท่านได้เขียนเตือนบุตรหลานทั้งหลาย ในโคลงก่อนบทสุดท้ายของนิราศ คือบทที่ ๔๖๑ ว่า:

หวังไว้ให้ลูกเต้าเหล่าหลาน
รู้เรื่องเปลืองป่วยการเกิดร้อน
อายุวัฒนะขนานนี้พ่อ ขอเอย
แร่ปรอทยอดยากข้อนคิดไว้ให้จำฯ


อนึ่ง ในการคัดลอกโคลงนิราศสุพรรณมาลงไว้ที่นี้ ผู้จัดทำได้ดัดแปลงคำบางคำจากต้นฉบับของกรมศิลปากร เพราะมีหลายคำที่สะกดผิดเพี้ยนไปจากคำในปัจจุบัน จนกระทั่งการอ่านครั้งแรกจับคำไม่ได้ ทั้งนี้จะแปลงเฉพาะคำที่ผิดเพี้ยนมากจริงๆ เท่านั้น ส่วนคำที่ผิดเพี้ยนเพียงเล็กน้อย และคำที่แปรรูปไปในตำแหน่งเอกโทษ โทโทษ จะคงไว้ตามเดิม ทั้งนี้ด้วยมุ่งหมายให้ผู้อ่านสามารถติดตามเรื่องราว การผจญภัยของท่านสุนทรภู่ได้อย่างสนุกสนานและราบรื่น

(๑) ๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า
จรูญจรัดรัศมีพราว
ยามดึกนึกหนาวหนาว
เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย

ดาดาว
พร่างพร้อย
เขนยแนบ  แอบเอย
เยือกฟ้าพาหนาวฯ

(๒) ๏ มหานากฉวากวุ้ง
ชุ่มชื่นรื่นรุกขีสอง
คุกคิดมิศหมายครอง
กล้าตกรกเรื้อซ้ำ

คุ้งคลอง
ฝั่งน้ำ
สัจสวาดิ ขาดเอย
โศกทั้งหมางสมรฯ

(๓) ๏ ขอฝากซากสวาดิสร้อย
ไว้ที่ท่าสาคร
ศาลาน่าวัดภร
ใครที่พี่เป็นผี้

สุรธร
เขตนี้
พี่ฝาก มากเอย
พี่ให้อไภยเจริญฯ

(๔) ๏ จำร้างห่างน้องนึก
สองฝ่ายชายหญิงยวน
หวังชายฝ่ายหญิงชวน
กลเช่นเล่นซักเสร้า

น่าสวน
ยั่วเย้า
ชื่นเช่น เหนเอย
เสพเผื้อนเฟือนเกษม ฯ

(๕) ๏ เลี้ยวลัดวัดษเกษก้ม
กุฏศพนบมานดา
เดชะพระกุศลภา
เสวยศุกทุกค่ำเช้า

คมลา
เกิดเกล้า
พ้นโลก โอกฆเอย
ช่องชั้นสวรรยางคฯ

(๖) ๏ เชิงเลนเปนตลาดสล้าง
โอ่งอ่างบ้างอิดเกลือ
หลีกล่องช่องเล็กเหลือ
ออกแม่น้ำย่ำถุ้ม

หลักเรือ
เกลื่อนกลุ้ม
ลำบาก ยากแฮ
ถี่ฆ้องสองยามฯ

(๗) ๏ แซ่เสียงเวียงราชก้อง
หง่งหงั่งระฆังขาน
สังแตรแซ่เสียงประสาร
ยามดึกครึกครื้นก้อง

กังสดาน
แข่งฆ้อง
สังขีด ดีดเอย
ปี่แก้วแจ้วเสียงฯ

(๘) ๏ วัดเลียบเงียบสงัดหน้า
ขุกคิดเคยพญายาม
รวยรินกลิ่นสไบทราม
สูรกลิ่นสริ้นกลอนพร้อง

อาราม
แย่งน้อง
สวาดร่วง ทรวงเอย
เพราะเจ้าเบาใจฯ

(๙) ๏ เจริญบุญสุรธรไว้
สืบสวัสสัฐาภร
เชิญทราบกาพกลกลอน
จำขาดชาตินี้แล้ว

ให้สมร
ผ่องแผ้ว
กล่าวกลิ่น ถวินเอย
คลาดน้องของสงวนฯ

(๑๐) ๏ วัดแจ้งแต่งตึกตั้ง
เคยปกนกน้อยคอน
เคยลอบตอบสารสมร
จำจากพรากนุชน้อง

เตียงนอน
คู่พร้อง
สมานสมัคร รักเอย
นกน้อยลอยลมฯ

(๑๑) ๏ สาวแก่แม่ม่ายแม้น
ขอเดชะพระวรุณ
ยามดึกนึกส่งบุญ
วัดช่วยอวยสวัสดิขู้

มีคุณ
ราชรู้
แบ่งฝาก มากเอย
คิดพร้องสนองเพลงฯ

(๑๒) ๏ ยนฉนวนหวนนึกน้ำ
พระธินั่งบันลังทอง
ชำระพระนิพนสนอง
สริ้นแผ่นดินปกเกล้า

เนตรนอง
ที่เฝ้า
เสด็จสนิด ชิดเอย
กลับร้างห่างฉนวนฯ

(๑๓) ๏ แบ่งบุญสุรธรเชื้อ
สืบซ่างทางพุทพง
ถวายพระหริรักทรง
ลุโลกโมฆเมืองแก้ว

ชิณวง
ผ่องแผ้ว
สารภิเศศ เสวตรเอย
กิจร้ายหายสูรฯ

(๑๔) ๏ อีกองมงกุฎิเกล้า
สืบกษัตรขัติยบำรุง
ถวายพระอนิสงพดุง
สิ่งโศกโรคเรื่องแค้น

เขากรุง
รอบแคว้น
พเดชเฟื่อง กเดื่องเอย
ขจัดผ้ายวายเขนฯ

(๑๕) ๏ ท่าช้างหว่างค่ายล้อม
ครั้งพระโกฎโปรฐประทาน
เคยอยู่คู่สำราน
เหนแต่ที่หมีได้

แหล่งสถาน
ที่ให้
ร่วมเย่า เจ้าเอย
ภบน้องครองสงวนฯ

(๑๖) ๏ วังหลังครั้งหนุ่มเหน้า
เคยอยู่ชูชื่นเชย
ยามนี้ที่เคยเลย
ต่างชื่นอื่นแอบเคล้า

เจ้าเอย
ค่ำเช้า
ลืมภัก พี่แฮ
คลาศแคล้วแล้วหนอฯ

(๑๗) ๏ คิดคำลำฦกไว้
เคยรักเคยร่วมเรือน
อย่าเคืองเรื่องเราเยือน
ใครที่มีชู้ชู้

ใคร่เตือน
ร่วมรู้
ยามแก่ แม่เอย
ช่วยช้ำคำโคลงฯ

(๑๘) ๏ เลี้ยวทางบางกอกน้อย
บ้านเก่าเย่าเรือนแพ
เงียบเหงาเปล่าอกแด
ลำฦกนึกรักร้อง

ลอยแล
พวกพ้อง
ดูแปลก แรกเอย
เรียกน้องในใจฯ

(นาคบริพันธ์)
(๑๙) ๏ สาวเอยเคยอ่อนหนุ้ม
ออมสนิทชิดกลิ่นหอม
ไกลห่างว่างอกตรอม
เลยอื่นขึ้นครองไว้


อุ้มสนอม
กล่อมให้
ออมตรึก รฦกเอย
ใคร่หว้าหน้าสวนฯ

(๒๐) ๏ ยนย่านบ้านบุตั้ง
ขุกคิดเคยชมจรร
ยามยากหากปันกัน
มีคู่ชูชื่นหน้า

ตีขัน
แจ่มฟ้า
กินซีก ฉลีกแฮ
นุชปลื้มลืมเดิมฯ

(๒๑) ๏ เสียดายสายสวาดโอ้
รักพี่มีโทษกร
จำจากพรากพลัดสมร
เสียนุชดุจทรวงต้อง

อาวร
กับน้อง
เสมอชีพ เรียมเอย
แตกฟ้าผ่าสลายฯ

(นาคบริพันธ์)
(๒๒) ๏ เคราะกำจำห่างน้อง
หวนนึกดึกเคยวอน
คิดไว้ไม่ห่างจร
หากจิตรมิศหลายหน้า


ห้องนอน
ค่อนหว้า
ห่อนจาก
ล่าน้องหมองหมางฯ

(๒๓) ๏ เดือนตกนกร้องเร่ง
เยี่ยมยอดยุคุนททรง
เดือนดับลับโลกคง
จันพี่นี้ลับหน้า

สุริยง
ส่องฟ้า
คืนขึ้น อีกเอย
นับสริ้นดินสวรรฯ

(๒๔) ๏ วัดปขาวคราวรุ่นรู้
ทำสุรทสอนเสมียน
เดินรวางรวังเวียน
เคยชื่นกลืนกลิ่นสร้อย

เรียนเขียน
สมุทน้อย
หว่างวัด ปขาวเอย
สวาดิห้างกลางสวนฯ

(๒๕) ๏ เห็นเรือนเพื่อนรักร้าง
โอ้อกอาดูรโดย
ดูสวรป่วนจิตรโหย
แลลับกลับชาติม้วย

แรมโรย
ทเวดด้วย
หาดอก สร้อยเอย
ไม่ได้ใกล้กลายฯ

(๒๖) ๏ บางบำรุบำรุงแก้ว
แก้วเนตรเชษฐาชรา
ถือบวดตรวจน้ำภา
ชาตินี้พี่แคล้ว

กานดา
ร่างแล้ว
ภพชาติ อื่นเอย
คลาศค้างห่างสมรฯ

(๒๗) ๏ บางรมาดมิ่งมิดครั้ง
บอกบทบุญยังพยาน
ประทุนประดิศถาน
แหวนประดับกับผ้า

คราวงาน
พยักหน้า
แทนฮ่อง หอเอย
พี่อ้างรางวันฯ

(๒๘) ๏ สงสารสายเนตรน้อง
ลเนตรพี่เพียงฝอยฝน
จวนรุ่งร่ำสอื้นจน
คราวเคราะเพราะน้องต้อง

นองชล
เฟ่าน้อง
จำจาก แจ่มเอย
พยุกล้าสลาตันฯ

(๒๙) ๏ สวรหลวงแลสล่างล้วน
เคยเสด็จวังหลังมา
ข้าหลวงเล่นปิดตา
เห็นแต่พลับกับสร้อย

พฤกษา
เมื่อน้อย
ต้องอยู่ โยงเอย
ซ่อนซุ้มคลุมโปงฯ

(๓๐) ๏ วัดพิกุนกรุ่นกลิ่นเกลี้ยง
แรกรุ่นรวยมาไล
เรียนร้อยค่อยสอดไหม
ร้อยคล่องต้องนั่งเน้น

กลอยใจ
ไส่เหล้น
เหมือนแน่ และเอย
นวดฟั้นท่านครูฯ

(๓๑) ๏ บางขวางข้างเขตแคว้น
สองฟากหมากมพร้าวผล
หอมรื่นชื่นเช่นปน
เคลิ้มจิตคิดว่าใกล้

แขวงนน
พรรไม้
แป้งประ ปรางเอย
กลิ่นเนื้อเจือจรรฯ

(๓๒) ๏ เชิงสวรล้วนรักน้ำ
ลูกดกรกเรื้อไบ
รักร้ายฝ่ายตนไกล
เดจลูกถูกยางนิ้ว

คล้ำไคล
บิดพลิ้ว
กลัวรัก นักเอย
หนิดเนื้อเหลือดันฯ

(๓๓) ๏ บางกรวยตรวดน้ำแบ่ง
ส่งนิ่มนุชนิพพาน
จำจากพรากพลัดสถาน
เห็นแต่คลองน้องแคล้ว

บุญทาน
ผ่องแผ้ว
ทิ้งพี่ หนีเอย
คลาศเลื่อนเดือนปีฯ

(๓๔) ๏ บางศรีทองคลองบ้านเก่า
สีเพชผัวสีทอง
เลื่องฦาชื่อเสียงสนอง
คลองคดลดเลี้ยวชี้

เจ้าคลอง
ถิ่นนี้
สำเหนียก นามเอย
เช่นไสร้ไสทองฯ

(๓๕) ๏ ล่วงทางบางบ้านเรียด
สองฝั่งพรั่งพฤกษา
ไม้ปลูกลูกดอกดา
ทรงกลิ่นรินรื่นข้าง

ริมชลา
สลับสล้าง
ดกดาษ กลาดเอย
ขอบคุ้งฟุ้งขจรฯ

(๓๖) ๏ รอกแตแลลอดเลี้ยว
นกหกจกจิกโจน
ยางเจ่าเหล่ายางโทน
โฉบฉาบคาบปลาได้

โลดโผน
จับไม้
ท่องเที่ยว เหยี่ยวเอย
ด่วนขึ้นกลืนกินฯ

(๓๗) ๏ บางกร่างข้างคุ้งค่าม
บางขนุนขุนกอง
ของสวนส่วนเจ้าของ
สาวแก่แม่ม่ายบ้าง

เขตคลอง
ก่อสร้าง
ขายน่า ท่าเอย
บกน้ำลำเรือฯ

(๓๘) ๏ โรงหิบหนิบอ้อยออด
สองข้างรางรองเรียง
อ้อยไส่ไล่ควายเคียง
อกพี่นี้ชอกช้ำ

แอดเสียง
รับน้ำ
คู่วิ่ง เวียรเอย
เช่นอ้อยย่อยรยำฯ

(๓๙) ๏ หีบหันนั้นและเหล้
ขู่ข่มเหงหักหาร
เข้าพวกคิดอ่านพาล
กลหีบหนิบนิดเน้น

กระลาการ
ห่อนเว้น
เอาผิด พ่อเอย
นึกช้ำน้ำใจฯ

(๔๐) ๏ บางคูเวียงเสียงสงัดล้วน
เวียงชื่อศรีท้าวไท
เวียงราชคลาดแคล้วไกล
ยามยากจากเมืองทั้ง

สวนไสว
ท่านตั้ง
กลับรฦก นึกเอย
ถิ่นปลื้มลืมกเษมฯ

(๔๑) ๏ บางม่วงทรวงเศร้าคิด
ม่วงเกบมม่วงสวน
ม่วงอื่นรื่นรันจวน
ม่วงหม่อมหอมห่วนหน้า

เคยชวน
ศุกรย้า
จิตไม่ ใคร่แฮ
เสน่เนื้อเจือจรรฯ

(๔๒) ๏ จันต้นผลห่ามให้
แมลงภู่วู่เวียนตอม
เพียงพี่ที่สุดถนอม
พร้องชื่อรื้อเสียวเศร้า

หวนหอม
ไต่เคล้า
เสน่ห์แจ่ม จรรเอย
โศกร้างห่างจรรฯ

(๔๓) ๏ ล่วงทางบางใหญ่บ้าน
เลี้ยวล่องคลองเล็กลอย
สองฝั่งพรั่งพฤกษพลอย
แลเหล่าชาวสวนหน้า

ด่านคอย
เลื่อนช้า
เพลินชื่น ชมเอย
เสน่ห์น้องคลองสนอมฯ

(๔๔) ๏ คลองคดลดเลี้ยวล้วน
เกะกะรเรือรอ
คดคลองช่องแคบพอ
คนคดลดเลี้ยวล้ำ

หลักตอ
ร่องน้ำ
พายถ่อ พ่อเอย
กว่าน้ำลำคลองฯ

(๔๕) ๏ ล่วงย่านบ้านวัดร้าง
ตกทุ่งถึงคลองโยง
วัดใหม่ธงทองโถง
ควายลากฝากเชือกไขว้

เรือนโรง
หย่อมไม้
ที่ติด ตื้นแฮ
เคลื่อนคล้อยลอยเลนฯ

(๔๖) ๏ คนขี่ตีต้อนเร่ง
ถอนถีบกีบกอมตกาย
เหนื่อยนักชักเชือกหงาย
คนหวดปวดป่วนโอ้

รันควาย
โก่งโก้
แหงนเบิ่ง เบือนแฮ
สอึกเต้นเผ่นโผนฯ

(๔๗) ๏ ทุกข์ใดในโลกล้น
ไม่เท่าควายลากเรือ
หอบฮักจักขุเจือ
มนุษย์ดุจติดค้าง

ล้ำเหลือ
รับจ้าง
เจิ่งชุ่ม ชลเอย
เฆี่ยนเร้าเอาเงินฯ

(๔๘) ๏ สังเวชเหตุด้วยทรัพย์
พาสัตว์วัตนสงสาร
ตรวดน้ำร่ำศีลทาน
จงสุขทุกค่ำเช้า

ศฤงคาร
โศกเศร้า
ทั่วสัตว์ สวัสดิ์เอย
ชาติพ้นชนมานฯ

(๔๙) ๏ ข้างคลองสองฝั่งเฟื้อย
คาแฝกแซกเซียดแซม
ในพุ่มกุ่มกกแกม
นกหกวกเวียนหว้อน

เฟือยแขม
ซับซ้อน
กอย่า รย้าแฮ
วิ่งเต้นเผ่นโผนฯ

(๕๐) ๏ นกกกรุมกลุ้มเกลื่อนท้อง
คุ่มคุ่มสุ่มสับปลา
ขยอกขยอกกลอกเหนียงพา
ศีรษะกระกรุมโล้ง

ทุ่งนา
ปากโง้ง
เพื่อนเที่ยว เกรียวแฮ
เล่ล้านบ้านเราฯ
(๕๑) ๏ นกกทุงฝูงใหญ่กลุ้ม
ลอยเลื่อนเคลื่อนคลอประคอง
คิดเช่นเล่นลำคลอง
สอนว่ายฝ่ายพี่เฝ้า

กลางหนอง
คู่เคล้า
คลอนุช น้อยเอย
ฝึกน้องคล่องใจฯ

(๕๒) ๏ กาน้ำดำแหวกหว้าย
คาบขยอกขแยงกิน
เด็กโห่โผล่พลุนบิน
ยางกรอกดอกบัวแซ่

วาริน
เก่งแท้
บ่เปียก ปีกแฮ
สนั่นร้องซ้องเสียงฯ

(๕๓) ๏ กาเหยี่ยวเที่ยวว้าว่อน
ร่อนร่ายหมายมัจฉา
ขุนนางอย่างเฉี่ยวกา
โจมจับปรับไหมใช้

เวหา
โฉบได้
กินสัตว์ สูเอย
เช่นข้าด่าตีฯ

(๕๔) ๏ ยางเจ่าเซาจับจ้อง
กินเล่นเป็นภักษา
กระลาการท่านศรัทธา
บนทรัพกลับกลืนกล้ำ

จิกปลา
สุขล้ำ
ถือสัตย์ สวัสดิ์แฮ
กล่าวคล้ายฝ่ายยางฯ

(๕๕) ๏ ออกแควแม่น้ำปาก
แตนด่านบ้านเรือนโรง
ชื่อลานตากฟ้าโถง
เย็นย่ำน้ำค้างฟุ้ง

คลองโยง
เรียดคุ้ง
ทุ่งรอบ  ขอบแฮ
ฟากฟ้าสากลฯ

(๕๖) ๏ ชาวบ้านร้านเรือกตั้ง
แต่ปากว่าตากฟ้า
กว้างขวางทร่างวัดวา
ริมฝั่งพรั่งผักบุ้ง

ตากปลา
เฟื่องฟุ้ง
ไว้ช่อง  คลองแฮ
ยอดแย้มแซมไสวฯ

(๕๗) ๏ รอนรอนอ่อนอกโอ้
เลี้ยวเหลี่ยมพระสุเมรุลง
มืดคลุ้มพุ่มไผ่พง
เสียงพึ่งหึ่งหึ่งหน้า

อัสดง
ลับฟ้า
พี่เปลี่ยว  เดียวเอย
นึกคร้ามหวามถวิลฯ

(๕๘) ๏ ทางเปลี่ยวเลี้ยวล่องคุ้ง
ย่อมย่านบ้านกระจันจรร
เงียบเหงาเปล่าทรวงกระสัน
จรรอื่นชื่นแต่หน้า

เขตคัน
กจ่างฟ้า
โศกสอื้น  อกเอย
ใช่เนื้อเจือจรรฯ

(๕๙) ๏ ลำภูดูหิ่งห้อย
เหมือนเม็ดเพชรรัตน์ราย
วับวับจับเนตรสาย
วับเช่นเห็นหิ่งห้อย

พรอยพราย
รอบก้อย
สวาดิสบ  เนตรเอย
หับหม้านนานเห็นฯ

(๖๐) ๏ ถึงย่านบ้านฝั่งข้าม
หมอเท่าเจ้าเล่ลวง
ใช้เล่นเช่นกับดวง
บ่วงรักดักพี่ต้อง

โขลงหลวง
ล่อคล้อง
เนตรนุช  พี่เอย
ติดให้ใช้แรงฯ

(๖๑) ๏ ล่องทางบางบ้านส
แปรชื่อครือจรรจร
เรือนตั้งฝั่งสาคร
บ้านไร่ใครหนอแกล้ง

ศรีธร
แจ่มแจ้ง
คนเงียบ  เลียบแฮ
กล่าวอ้างอย่างจรรฯ

(๖๒) ๏ ยามดึกครึกครื้นลั่น
ถึงย่านบ้านขโมยมล
จรเข้เร่คำรน
มุ่งเขม่นเห็นขุ้มขุ้ม

ลมฝน
มืดคลุ้ม
ร้องฮุ่ม  ฮูมแฮ
แข่งขู้ฟูลอยฯ

(๖๓) ๏ ราตรีหนีตเข้เค่า
เด็กหนุ่มสุ่มเรือโดย
ฝนปรำพร่ำเปรียะโปรย
ต่างง่าพร้าขวานมุ้ย

บ้านขโมย
ด่วนพุ้ย
ปรายสัต  สนัดแฮ
มุ่งทุ่มกุมภาฯ

(๖๔) ๏ น่ากลัวตัวตเค่ขู้
ฮืดฮาดฟาดฟูฟอง
เคียงคู่สู่สมสอง
ยาวใหญ่ไล่โลดเลื้อย

ฟูขนอง
ฟ่องเฟื้อย
สังวาด  สวาดแฮ
เล่นน้ำปล้ำขนองฯ

(๖๕) ๏ เด็กน้อยคอยขเหม้นมุ่ง
ว่าตเข้ขบกัน
บูรานท่านว่าสัน-
ปีหนึ่งจึ่งงอกต้อง

มองมัน
ปกับท้อง
ดานสัตว์  กำหนัดแฮ
ติดค้างนางเมียฯ

(๖๖) ๏ หนีศึกว่าปะซุ้ม
ได้กับเราแล้วเหลือ
หลบตเข้เค่าจอดเรือ
บกก็เสือเรือซ้ำ

เซิงเสือ
หลากล้ำ
ริมเขต  ขโมยแฮ
สัตเข้เฉโกฯ

(๖๗) ๏ รุ่งเช้าเบาอกสริ้น
ลาย่านบ้านขโมยหมาย
น้ำขึ้นรื่นลมชาย
ทางเปลี่ยวเสียวทรวงซ้ำ

โศรกสบาย
มุ่งข้าม
เฉื่อยส่ง  ตรงเอย
สัตว์น้ำคล่ำขนองฯ

(๖๘) ๏ บางปลาตาบ้านอยู่
สองฮ่องสองเรือนราย
ชาวป่าน่านอนสบาย
มีคู่อูเข้าด้วย

หญิงชาย
ร่ายกล้วย
บ่ครั่น  ตวันเอย
ดั่งนี้ที่สบายฯ

(๖๙) ๏ ซ้ายขวาป่าไผ่ซุ้ม
สองฝั่งรังรำราม
แพงพวยผักบุ้งงาม
บนบกนกกับเนื้อ

เซิงหนาม
รกเรื้อ
งอนทอด  ยอดเอย
หว่างไม้ไผ่สลอนฯ

(๗๐) ๏ บางปสีที่ถ่านตั้ง
เผาไผ่ไม้ซากราย
หนุ่มสาวเหล่าหญิงชาย
ดำทมื่นทื่นหน้า

ตวงซาย
เรียดถ้า
เช่นพูด  อูดเอย
แนบน้องลองโลมฯ

(๗๑) ๏ นาวาคลาเคลื่อนคล้อย
ล่วงย่านบ้านบางรกำ
สาวหนุ่มสุ่มส้อนทำ
ปลาติดปลิดปลดได้

ลอยลำ
รกไม้
แทงพวก  ฉมวกแฮ
ดุกต้องช่อนชโดฯ

(๗๒) ๏ บางยุงคุ้งลาดล้วน
ลงปลักทลักทลาย
ดำผุดฟูดฟาดหงาย
ลูกเล็กเด็กเลี้ยงปล้ำ

เหล่าควาย
เล่นน้ำ
แหงนเบิ่ง  เทิ่งแฮ
ปล่อยห้อยอควายฯ

(๗๓) ๏ เขาควายรายร่องนิ้ว
ว่าพญาพาลีทยาน
ศีรษะกระบือกระบาน
นึกเช่นเป็นรอยนิ้ว

นิทาน  นานเอย
ยุดพลิ้ว
บั่งบั่ง  ยังแฮ
เหนี่ยวเน้นเห็นรอยฯ

(๗๔) ๏ บ้านไซไซใหญ่ย้อย
คิดเช่นเล่นต้นไซ
ผูกกิ่งชิงช้าไกว
เคยขี่พี่กับน้อง

สร้อยไสว
แซ่ซ้อง
แกว่งชัก  เชือดเอย
แนบเนื้อเจือใจฯ

(๗๕) ๏ เลยทางบางบ้านแห่ง
เดิมว่าเตาเผาปูน
อาภัพลับชื่อสูร
อกพี่นี้และได้

หินมูล
ป่นไว้
เสียเปล่า  เราเอย
ดุจอ้างอย่างปูนฯ

(๗๖) ๏ ถึงคลองร้องเรียกบ้าน
ลำฦกนึกถึงดวง
เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวทรวง
อุ้มรักหนักอกถ้า

บางหลวง
ดอกฟ้า
แสนเทวษ  ทุเรศเอย
เทียบเถ้าเขาหลวงฯ

(๗๗) ๏ บางน้อยพลอยนึกน้อย
น้อยแนบแอบอกเคย
เนื้อน้อยค่อยสนอมเชย
น้อยแต่ชื่อหฤาเจ้า

น้องเอย
คู่เคล้า
เชือนชื่น  อื่นแม่
จิตรน้อยลอยลมฯ

(๗๘) ๏ บางหวายท้ายคุ้งช่อง
แดนนครไชยศรี
เข้าแดนสุพรรณบุรี
ทุ่งท่าป่ายุงริ้น

คลองมี
สุดสริ้น
รื้อเปลี่ยว  เดียวเอย
รกเรื้อเบื่อชมฯ

(๗๙) ๏ ชุมนักผักตบซ้อน
บอนสุพรรณหั่นแกง
บอนบางกอกดอกแสลง
บอนปากยากจะแก้

บอนแซง
อร่อยแท้
เหลือแหล่  แม่เอย
ไม่สริ้นลิ้นบอนฯ

(๘๐) ๏ บางสามศาลเจ้าทร่าง
อารักศักดิ์สิทธิ์วัง
สุขีที่ข้าหวัง
กำจัดศัตรูแม้น

ปางหลัง
แว่นแคว้น
วานช่วย  ด้วยแฮ
มุ่งร้ายตายเองฯ

(๘๑) ๏ ถึงบ้านด่านดักตั้ง
สองพี่น้องคลองแคว
ตลิ่งตลิบโตล่งแล
สริ้นไผ่ในแขวงถุ้ง

ฝั่งกระแส
ค่ามคุ้ง
ตานสลับ  สล้างเอย
ถิ่นอ้อกอแขมฯ

(๘๒) ๏ ปลาชุมกลุ้มเกลื่อนท้อง
ลอยเล่นเห็นคนถลา
สลิดสลาดสลับปลา
กระดี่กระดิกกระเดือกดิ้น

ธารา
หลบสริ้น
ช่อนดุก  พลุกแฮ
กระโดดเหล้นเห็นตัวฯ

(๘๓) ๏ นานาปลาว่ายเคล้า
สีเสียดซิวกระโสงเสือ
เพลี้ยตภากตะเพียนเหลือ
กริมกระตรับนับร้อย

คลอเรือ
ซ่าสร้อย
หลายหลาก  มากเอย
เร่หว้ายรายเรียงฯ

(๘๔) ๏ แก้มช้ำดำที่แก้ม
ดูเคลื่อนเหมือนจนำ
แรกรักปรักปรางประจำ
ช้ำเช่นปลาอย่าต้อง

แต้มดำ
แนะน้อง
จุมพิต  นิดเอย
แต่งแต้มแก้มสมรฯ

(๘๕) ๏ เนื้ออ่อนห่อนซู่เนื้อ
อ่อนแอบแนบอกอิง
นวลจันนั่นนวลจริง
นวลที่พี่กลืนกล้ำ

น้องหญิง
อุ่นล้ำ
แต่ชื่อ  ฦาเอย
กลิ่นเนื้อเหลือนวลฯ

(๘๖) ๏ ปลาใหญ่ไล่เลี้ยวฮุบ
ฮืดฮาดฟาดโผงผาง
ปลาค้าวเหล่าสวายคาง
กโฮ่โผล่ผุดขล้ำ

หวดหาง
พ่นน้ำ
เบือนบิด  เบี้ยวแฮ
เคลื่อนคล้อยลอยแลฯ

(๘๗) ๏ บางซอกอไผ่ล้อม
บ้านบ่มีสีซอ
เรือใกล้ไผ่พุ่มภอ
ไผ่เบียดเอียดออดอ้อย

หลายกอ
สักน้อย
พยุโยก  โชกแฮ
เอื่อยอ้อซออินทร์ฯ

(๘๘) ๏ ทุ่งกว้างทางเปลี่ยวโอ้
สองฝั่งฝ่ายวิหกา
เร่ร่อนว่อนเวหา
นกเถื่อนเหมือนจะร้อง

อาทวา
กู่ก้อง
หาเหยื่อ
เรียกให้คนชมฯ

(๘๙) ๏ ถึงที่สีสนุกนั้น
สนุกแต่ชาวบ้านเคย
พวกพี่ที่จากเชย
สนุกที่ดูสูเจ้า

น้องเอย
ค่ำเช้า
ชวดสนุก  ทุกข์แม่
สนุกเถ้านั้นเองฯ

(๙๐) ๏ ชุมแท้แต่สวะเฟื้อย
ลอยเลื่อนเกลื่อนกลาดกลาง
ซ้อนซับทับถมทาง
เรือขัดตัดฟันค้ำ

เฟือยตวาง
กลบน้ำ
ที่แคบ
ค่อยกว้างทางจรฯ

(๙๑) ๏ แหลมคุ้งทุ่งเถื่อนไม้
ถึงย่านบ้านตเภาทลาย
เดิมที่นี่เป็นชาย
เรือสัดพลัดมาต้อง

ไรราย
ทลุท้อง
ทเลหาด  ลาดแฮ
ติดเข้าตเภาทลายฯ

(๙๒) ๏ แลลิ่วทิวทุ่งต้น
ลิบลิบลมปลิวปลาย
เล่คนคัดปีกฉาย
เรี่ยเรี่ยเตี้ยต่ำแจ

ตานราย
ไปล่แปล้
เฉิบเช่น  เห็นแฮ
พิศให้ใจเพลินฯ

(๙๓) ๏ บางปลาร้าปลาคล่ำน้ำ
คนเหล่าเชาปมงมอง
สุ่มซ่อนช้อนฉะนางปอง
เหม็นเน่าคาวปลาร้า

ลำคลอง
มุ่งข้า
ปิดเรือก  เฝือกแฮ
เรียดคุ้งคลุ้งโขลงฯ

(๙๔) ๏ ริมน้ำทำทีขึ้น
เกล็ดติดตัวตีนตา
คิดคู่สู่เสน่หา
โคลนเช่นเป็นแป้งแต้ม

ขอดปลา
ตมูกแก้ม
หอมชื่น  รรื่นเอย
ติดเนื้อเหลือหอมฯ

(๙๕) ๏ บางสแกแลสล่างงิ้ว
เรียงฝั่งดังฉัตรฉาย
งิ้วไม้ใช่งิ้วสาย
งิ้วพี่ที่แน่งน้อย

ทิวราย
แช่มช้อย
สวาดิเช่น  เห็นเอย
นึกหน้าอาไลยฯ

(๙๖) ๏ ยามยลต้นงิ้วป่า
นึกบาปวาบวับหวาม
คงจะปะงิ้วทราม
งิ้วกับพี่หมีแคล้ว

หนาหนาม
วุ่นแล้ว
สวาดิเมื่อ  ม้วยแฮ
คึ่นงิ้วลิ่วสูงฯ

(๙๗) ๏ ถึงบ้านคันชั่งแท้
เพียงพี่ที่ดำรง
เคยคู่ซู่ซื่อตรง
ยามยากจากพวกพ้อง

เที่ยงตรง
รักน้อง
สัจคิด  สนิทเอย
พี่ให้ใจหายฯ

(๙๘) ๏ เหลียวซ้ายฝ่ายฝั่งเฟื้อย
พงไผ่ไม้รำไร
แลขวาป่าแฝกไฟ
ลิบลิ่วทิวท้องถุ้ง

เฟือยไสว
รอบคุ้ง
ฟอนเรียน  เกรียนแฮ
ถิ่นกว้างวางเวงฯ

(๙๙) ๏ ถึงย่านบ้านกุ่มข้าม
วัดเก่าเศร้าโทรมแรม
ผู้ใดไม่ซ่อมแซม
เพียงพี่ที่อ้างว้าง

ตามแหลม
รกร้าง
สร้างวัด  สวัสดิ์เอย
ทเวทให้ใจหายฯ

(๑๐๐) ๏ ลมตกนกว้าว่อน
โฉบฉาบคาบปลากิน
ค้อนหอยค่อยคุ้ยดิน
ถิบถ่อกรอปีกจ้อง

ร่อนบิน
กู่ก้อง
เดินซ่อง  มองแฮ
จ่อมน้ำปล้ำปลาฯ
(๑๐๑) ๏ ถึงบางนางแม่หม้าย
เปลี่ยวเปล่าเศร้าหมองมัว
คราวใครใคร่ฝากตัว
พร้อมจิตคิดจะได้

ไร้ผัว
หม่นไหม้
ต่อม่าย  หมายเอย
ดับหม้ายกลายมีฯ
(๑๐๒) ๏ ตวันออจรเข้ฟู่
ยาวใหญ่ไล่เรือเรียง
เด็กตวาดผาดแผดเสียง
มันบ่หยุดผุดหว้าย

คู่เคียง
เราะท้าย
แซ่สุ่ม  ขยุมเอย
วู่คว้างขวางเรือฯ
(๑๐๓) ๏ เดชะพระพุทธิเจ้า
เคยชนะพญามาร
รฦกถึงจึ่งบันดาน
จรเค่เหห่างแคล้ว

เข้าฌาน
แม่นแล้ว
ดุจเช่น  เห็นแฮ
คลาดคล้อยถอยหนีฯ
(๑๐๔) ๏ ถึงช่องคลองน้ำชื่อ
เข้าตอกออกดอกตำรา
คิดสบพบถ้ำมหา
นึกจะปลงคงได้

กฤษณา
ว่าไว้
สนุกแน่  แม่เอย
กระดากเจ้าเฝ้าหวงฯ
(๑๐๕) ๏ บางเลนเป็นที่หลุ้ม
แปลงปลักคลักคงคา
ไทเจ๊กเดอใหญ่พา
บุญส่งจงหลีกพ้น

แหล่งปลา
ขุ่นข้น
พวกซ่อน  ช้อนเอย
ทุกถั้วตัวปลาฯ
(๑๐๖) ๏ บางบัวบ้านชื่อพร้อง
นึกเช่นเห็นบัวคำ
เค่าเหนียวเกี่ยวมาทำ
คราวเคราะห์เพราะเกี่ยวข้อง

สนองนำ
คู่พร้อง
แทนเค่า  เจ้าเอย
ขัดค้างขวางเชิงฯ
(๑๐๗) ๏ ลมเรื่อยเฉื่อยชื่นใช้
ถึงย่านบ้านดารา
สองเรือนเพื่อนพูดจา
คิดใคร่ได้ชิดเชื้อ

ใบดลา
รกเรื้อ
เจ่านั่ง  รวังเอย
ช่วยเฝ้าเหย้าเรือนฯ
(๑๐๘) ๏ ใบร่มลมเรื่อยแหล้น
เหล่าหนุ่มชุ่มชื่นพา
อิเหนาเค่ามลกา
ฟังเสนาะเพราะพร้อง

ลีลา
เพื่อนร้อง
กลเม็ด  มากแฮ
พรักพร้อมซ้อมเสียงฯ
(๑๐๙) ๏ ถึงชีปขาวย่านบ้าน
ชีไม่เห็นกาดำ
เชาบ้านย่านนั้นทำ
ซางแต่คำพร่ำพร้อง

โบรำ
ตื่นร้อง
แทงพวก  ฉมวกแฮ
ชื่อนี้ชีปขาวฯ
(๑๑๐) ๏ ขาวอื่นหมื่นสิ่งล้วน
แพรพ่าฟ้าดินดาว
ขาวดูครู่เดียวคราว
ขาวบ่เบื่อเนื้อน้อง

นวลขาว
ดุจพร้อง
หนึ่งเบื่อ  เหลือแฮ
น่วมนิ้วผิวขาวฯ
(๑๑๑) ๏ คุ้งขวางบางบ้านชื่อ
ทางทิศทุกตำบล
อยู่กลางหว่างมณฑล
คนเปลี่ยนเพี้ยนชื่อแย้ง

ชี้หล
บอกแจ้ง
ทางร่วม  รวมแฮ
ย่านนี้ยีหนฯ
(๑๑๒) ๏ บางปลาม้าป่าอ้อ
ไม้ไผ่ใหญ่สลวยลำ
ชาวบ้านย่านนั้นทำ
ปลูกผักฟักแฟงเลื้อย

กอรกำ
สล่างเฟื้อย
ที่ไร่  ไว้แฮ
ลูกห้อยย้อยไสวฯ
(๑๑๓) ๏ ถึงคุ้งโพกระก้ม
โพอยู่บูรานนาน
ชื่นชุ่มพุ่มพิศดาร
ขออย่าให้ไภยแผ้ว

กราบกราน
เนิ่นแล้ว
เดชะ  พระเอย
ผ่องพ้นกลโกงฯ
(๑๑๔) ๏ โคกครามนามที่บ้าน
เขียวชุ่มฉอุ่มงาม
เหมือนสีที่นุชทราม
เห็นแต่ครามนามบ้าน

หิว่านคราม
กิ่งก้าน
สวาดิฮุ่ม  พุ่มเอย
ไสบเจ้าเศร้าสูนฯ
(๑๑๕) ๏ สวนหงส์วงวัดพร้อม
รื่นรอบขอบบริเวณ
เคกเยาเล่ากนเกน
ใช่ที่มีสวนสอ้าน

พระเณร
หว่างบ้าน
ก้องที่  กฎีแฮ
ชื่ออ้างปางหลังฯ
(๑๑๖) ๏ ตลาดแก้วแถวถิ่นตเข้
ตลิ่งตลาดแต่ล้วนหนาม
แก้วอื่นหมื่นแสนทราม
รักแต่แก้วแววฟ้า

ตนขาม
สนับหญ้า
สู้สละ  ปละเอย
จะเฝ้าเคล้าสนอมฯ
(๑๑๗) ๏ ถึงวังตาเพชอ้าง
ไผ่พุ่มซุ้มเซิงรัง
ตาเพชเหตุใดวัง
ฤาว่าตาเพชเชื้อ

ปางหลัง
รกเรื้อ
มีเล่า  เจ้าเอย
ชาติท้าวเจ้าเมืองฯ
(๑๑๘) ๏ สวนขิงตลิ่งแต่ล้วน
พริกเทศเม็ดอร่ามเหลือ
กล้วยปลูกสุกห่ามเครือ
คิดคู่อยู่สวนได้

สวนมเขือ
เรื่อไหร้
ครบซ่ม  มยมเอย
แต่งต้มซ่มตำฯ
(๑๑๙) ๏ บ้านยอดยอดไม้สะพรั่ง
ยอดยื่นชื่อช่อผกา
ยอดอื่นหมื่นแสนดา
ยอดรักจักหาบ้าง

ฝั่งชลา
กิ่งคว้าง
ดาษทอด  ยอดแฮ
บ่ได้ใจหายฯ
(๑๒๐) ๏ ลุดลชนบทบ้าน
โรงเจ๊กตั้งริมตีน
นั่งนับทรัพย์สิ่งสิน
เมียช่างสางสลวยล้ำ

ขนมจีน
ท่าน้ำ
สยายเพ่า  เล่าแฮ
สลับผู้หูหนางฯ
(๑๒๑) ๏ โพคอยโพขึ้นอยู่
ปากช่องคลองชลาเฉลียง
บ้านตั้งฝั่งน้ำเรียง
แลรอบขอบแหลมคุ้ง

คู่เคียง
ลัดถุ้ง
รายอยู่  หมู่แฮ
เขตบ้านตาลรายฯ
(๑๒๒) ๏ ถึงหน้าท่าน้ำวัด
ฦาเลื่องเบื้องบูราน
หวานอื่นคลื่นไส้นาน
หวานแต่น้ำคำน้อง

มนาวหวาน
ร่ำพร้อง
นักเบื่อ  เหลือแม่
เสนาะน้ำคำหวานฯ
(๑๒๓) ๏ ทับขี้เหล็กเด็กว่าต้ม
ครั้นแต่งแกงต้มเกลือ
พริกขิงสิ่งใส่เจือ
ขมขื่นคลื่นไส้นั้น

ขมเหลือ
กลบคั้น
จิบอร่อย  น้อยฤา
แต่น้ำคำขมฯ
(๑๒๔) ๏ วัดฝางอ้างชื่อไว้
ฝางย่อมย้อมแพรยาง
แดงสุกถูกแดดหมาง
อกพี่ที่แค้นขั้ง

ใช่ฝาง
ยิ่งขรั้ง
หมองคร่ำ  ดำแฮ
ขู่คร้ำน้ำฝางฯ
(๑๒๕) ๏ ท่าระหัดพัดน้ำท่วม
หันกลับขับคงคา
ใคร่จ้างช่างรหัดหา
อกพี่ที่ร้อนให้

ท้องนา
คึ่นได้
ห่อนพบ  หลบเอย
รหัดน้ำพร่ำพรมฯ
(๑๒๖) ๏ ถึงบางนางสุกน้อง
สุขพี่ที่ร่วมเรือน
ยามสุขทุกปีเดือน
ยามทุกสุขกาหล้อน

นามเหมือน
เพื่อนร้อน
ได้อยู่  คู่เอย
หล่นเหน้าเปล่าดายฯ
(๑๒๗) ๏ ถึงย่านยายท้าวที่
ฦาข่าวเจ้าสิงทรง
คิดใคร่ไถ่ถามองค์
แม่ม่ายหมายเคียงขู้

ผีลง
สอดรู้
อารักษ์  ประจักษ์เอย
คบเผื้อนเชือนไฉนฯ
(๑๒๘) ๏ ท่าโขลงโขลงช้างค่าม
พลอยถูกผูกกูบโยง
ลืมเถื่อนเพื่อนร่วมโรง
พี่เที่ยวเดียวโดดคล้าย

ตามโขลง
แย่ท้าย
รักยศ  หมดแฮ
คชร้างห่างโขลงฯ
(๑๒๙) ๏ บ้านตั้งฝั่งน้ำที่
ลาวอยู่รู้เสียงสนอง
ปลูกผักหักฟืนตอง
หูเจาะเหมาะแต่หน้า

กฎีทอง
เหน่อช้า
ตามเถื่อน  เพื่อนแฮ
แน่งน้อยกลอยใจฯ
(๑๓๐) ๏ โคกม่อก่ออิฐตั้ง
เผาม่อก่อไฟเริง
ม่อมีที่พะเพิง
อกพี่ที่ร้อนเถ้า

เตาเพลิง
เร่งเร้า
เพื่อนเหล่า  เผาแฮ
ถ่านกลุ้มรุมแรงฯ
(๑๓๑) ๏ ถึงรยะสระโปยชหญ้าน
ผ้านุ่งถุงทบยาว
กลีบกลับวับแวมวาว
เด็กว่าฟ้าแลบชม้าย

บ้านลาว
ย่างย้าย
แวบแวบ  แทบแฮ
มุ่งค้อนงอนงามฯ
(๑๓๒) ๏ ถึงท้ายชายน้ำตก
ที่ลุ่มขุมรางรอง
หน้าแล้งแฮ่งนาหนอง
ชลเนตรเชษฐาผร้ำ

รกคลอง
รับน้ำ
น้ำตก  ซกแฮ
เช่นน้ำตกบางฯ
(๑๓๓) ๏ ควันเย็นเห็นหาดหน้า
เมืองสุพรรณบุรี
ศาลตั้งฝั่งนที
โรงเล่าเขาต้มค้าง

ท่ามี
รกร้าง
ที่หาด  ลาดแฮ
ขอบคุ้งหุงสุราฯ
(๑๓๔) ๏ ผู้รั้งตั้งรั้วรอบ
เป็นหมู่ดูงัวควาย
สาวสาวเหล่านุ่งลาย
จ้ำม่ำลำสันสอ้าน

ขอบราย
ไขว่บ้าน
แล้วหม่อม  มอมเอย
อาบน้ำปล้ำปลาฯ
(๑๓๕) ๏ กรมการบ้านตั้งตลอด
ต่างต่อล้อเลื่อนเกียร
เรือริมหาดดาษเดียร
ของเหล่าเชาสวนใต้

ตลิ่งเตียน
เก็บไว้
รดะปัก  หลักแฮ
แต่งตั้งนั่งขายฯ
(๑๓๖) ๏ ฝั่งซ้ายฝ่ายฟากโพ้น
มีวัดพระรูปบูราณ
ที่ถัดวัดประตูสาร
หย่อมย่านบ้านขุนช้าง

พิศดาร
ท่านสร้าง
สงฆ์สู่  อยู่เอย
ชิดข้างสวนบันลังฯ
(๑๓๗) ๏วัดกระไกรใกล้บ้านที่
ถามเหล่าชาวสุพรรณ
ทองประศรีที่สำคัญ
เดิมสนุกทุกวันนี้

ศรีประจัน
เพื่อนชี้
ข้างวัด  แคแฮ
รกเรื้อเสือคนองฯ
(๑๓๘) ๏ ประทับหน้าท่าสิบเบี้ย
หว่างวัดฝาโถสถาน
มหาโพทโบสถ์วิหาร
พิมพิลาไลยสร้าง

บูราณ
ถิ่นร้าง
หักทับ  ยับเอย
สืบขู้สูพรรณฯ
(๑๓๙) ๏ สงสารบ้านวัดร้าง
เสียงแต่นกหกโหย
อกพี่ทีเดียวโดย
เข้าเรื่องเมืองร้างเศร้า

แรมโรย
ค่ำเช้า
ด้วยแก่  แม่เอย
โศกซ้ำรำจวนฯ
(๑๔๐) ๏ นอนค้างข้างคุ้งถัด
ครั้นรุ่งมุ่งเดินไพร
ไหว้พระป่าเรไร
ริมรอบขอบเขื่อนล้อม

วัดกระไกร
พรั่งพร้อม
ร่มรรื่น  ชื่นเอย
สะล่างไม้ไพรพนมฯ
(๑๔๑) ๏ น้อยน้อยพลอยชื่นชี้
ครึมครึกพฤกษาไสว
ผลิดอกออกผลใบ
รอกกระแตแลแหล้น

ชมไพร
แว่นแคว้น
รบัดชื่น  รื่นเอย
โลดเต้นเผ่นผยองฯ
(สระล้วน)
(๑๔๒) ๏ แจ้วแจ้วจักกระจั่นจ้า
หริ่งหริ่งเรื่อยเรไร
แซงแซวส่งเสียงใส
แหนงนิ่งนึกนุชน้อง


จับใจ
ร่ำร้อง
ทราบโสต
นิ่มเนื้อนวลนางฯ
(๑๔๓) ๏ พิกุนบุนนากแก้ว
หอมชื่นรื่นลำดวนดง
สาวหยุดพุทธิชาดทรง
หนุ่มหนุ่มรุมเก็บหน้า

กาหลง
ดอกรย้า
เสาวรส  สดเอย
สนุกโน้มโถมชิงฯ
(๑๔๔) ๏ เด็กได้ไส้ห่อผ้า
เห็นไก่ไล่ลัดเฉลียง
ล้มลุกสนุกสำเนียง
หน้าผากฝากบวมเบี้ยว

พับเฉียง
ลดเลี้ยว
สนั่นโห่  โร่เอย
บ่เว้นเผ่นผยองฯ
(๑๔๕) ๏ นกร้องก้องกิ่งไม้
แลลับกรับเสียงวัง
ค้อนทองป่องเป๋งดัง
กอไผ่ไก่ขันแจ้ว

ใบบัง
เวกแหว้ว
ดุจเคาะ  ฆ้อนแฮ
แจ่มเจื้อยเฉื่อยเสียงฯ
(๑๔๖) ๏ ขึ้นโขดโบสถ์เก่าก้ม
พระป่าเรไรยล
ยอกรหย่อนบาทบน
ปลั่งเปล่งเพ่งพิศพริ้ม

กราบยุคล
อย่างยิ้ม
บงกช  แก้วเอย
พระหนั้งดังองค์ฯ
(๑๔๗) ๏ เทียนธูปบุพชาติบ้าง
นึกพระเสด็จมา
ลิงเผือกเลือกสมอพวา
ช้างเผือกเลือกผึ้งทั้ง

บูชา
ยับยั้ง
ถวายไว่  ใกล้แฮ
กิ่งไม้ไหว้ถวายฯ
(๑๔๘) ๏ ขอเดชะพระพุทธิเจ้า
อตส่าห์มาเช้าเย็น
ปรารถนาว่าจะเป็น
บุญช่วยด้วยให้ได้

จงเห็น
ยากไร้
ปเจกพุท ธะภูมิเอย
ดุจข้าอาวรณ์ฯ
(๑๔๙) ๏ ยังไปไม่พ้นภพ
ขอปะพระศรีอาร
กราบถึงซึ่งพระนิพาน
ขอสุขทุกข์โศกเศร้า

สงสาร
อีกเหล้า
ผ่ายภาก  หน้าเอย
สิ่งร้ายหายสูญฯ
(๑๕๐) ๏ อนึ่งเจ้าเหล่าเล็กล้วน
หมายมั่งดังพิศถาน
ขอให้ใส่นามขนาน
กลั่นชุบอุประถำล้วน

ลูกหลาน
ถี่ถ้วน
ตาบพัด สวัดิเอย
ลูกเลี้ยงเที่ยงธรรม์ฯ
(๑๕๑) ๏ เย็นรอนอ่อนเกศก้ม
จากวัดตัดตรงมา
ค้างคืนตื่นเช้าคลา
ติดแก่งแข็งข้อค้ำ

กราบลา
แม่น้ำ
คลาดเคลื่อน  เรือเอย
ขัดข้องต้องเข็นฯ
(๑๕๒) ๏ เลี้ยวหนึ่งถึงบ้านชื่อ
โพใหญ่ไม้บูราณ
สองฝั่งพรั่งพฤกษตาล
ท่าลาดหาดทรายตื้น

โพคลาน
ร่มชื้น
โตนดพุ่ง  สูงเอย
ตลิ่งล้วนสวนมเขือฯ
(๑๕๓) ๏ ศีรษะเวียงเสียงแซ่ล้วน
แก่หนุ่มสุ่มปลาฉาว
ผ้าบ่นุ่งพุงขาว
เด็กด่วนชวนเพื่อนค้ำ

พวนลาว
แช่น้ำ
ขวยจิต  รอิดเอย
ค่ามให้ไกลลาวฯ
(๑๕๔) ๏ โพหลวงห้วงน้ำฦก
ปะแต่ลาวเปล่าเปลือย
อาบน้ำคล่ำริมเฟือย
เด็กเกลียดเบียดเบือนหน้า

ไหลเนือย
ปลอดผ้า
ฝูงหนุ่ม  กลุ้มแฮ
นิ่วร้องสยองแสยงฯ
(๑๕๕) ๏ สำประทิวงิ้วง้าวสล่าง
ถิ่นท่าป่ารำไร
เจ๊กอยู่หมู่มอญไทย
ปลูกผักฟักกล้วยกล้าย

กร่างไกร
ไร่ฝ้าย
ทำถั่ว  รั้วเอย
เกลื่อนข้างทางจรฯ
(๑๕๖) ๏ ถึงย่านบ้านรัดช้าง
ข้างถูกผูกรึงรัง
พลัดพรากจากฝูงพัง
เพียงพี่ที่ทุเรศไร้

ปางหลัง
รัดไว้
พวกเพื่อน  เถื่อนเอย
นิราศร้างห่างสมรฯ
(๑๕๗) ๏ บ้านตั้งฝั่งฟากน้ำ
วัดทร่างปางก่อนสูญ
ขอบเขื่อนเกลื่อนอิฐปูน
โบสถ์ยับทับพระเจ้า

ธรรมกูล
สงัดเศร้า
เปื่อยเปล่า  เจ้าเอย
เจิ่งน้ำกรำฝนฯ
(๑๕๘) ๏ ยลย่านบ้านหนึ่งนั้น
วัดสว่างอารมอาราม
สว่างแต่ที่พี่ยาม
ห่อนสว่างอย่างไว้

แนะนาม
รื่นไม้
มืดมิด  จิตรเอย
ชื่ออ้างสว่างอารมฯ
(๑๕๙) ๏ โพพระระยะหญ้าน
โพชื่นรื่นร่มใบ
โปรดด้วยช่วยคุ้มไภย
โพพระอนุเคราะห์ข้า

หญ่อมไพร
โบกรย้า
พยัฆพยศ  คดเอย
พระเจ้าคราวเข็นฯ
(๑๖๐) ๏ โพพญาท่าตลิ่งล้วน
โพไผ่ไม้เต็งตเคียน
ซิกซากกระบากกระเบียน
เสลาสลอดสลับสล้าง

ฬ้อเกวียร
ตขบบ้าง
กระเบากระแบก  กระบกแฮ
เหล่าไม้ใกล้กระสินฯ
(๑๖๑) ๏ บ้านซ่องช่องชวากเวิ้ง
เหล่าที่หนีมุนนาย
ซ่องสุมซุ่มเรือนราย
ใครจับกลับรุมข้า

เซิงหวาย
เนิ่นช้า
ริมกับ  เกรี่ยงแฮ
ขัดข้องซ่องหลวงฯ
(๑๖๒) ๏ บางมดแดงแขวงเขตคุ้ง
ถิ่นเถื่อนเรือนรำไร
นึกมดอดสูใจ
เพียงพี่หมีมอดม้วย

ทุ่งไพร
ไร่กล้วย
จงมม่วง  หวงแฮ
ไม่สริ้นถวิลหวังฯ
(๑๖๓) ๏ วังยางค่างคุ้งสะล่าง
โตล่งตลิ่งยิ่งยูงสูง
นกแลแต่ลฝูงลฝูง
ร่มรื่นชื่นชายน้ำ

ยางยูง
ฉโงกง้ำ
ฟุบสพั่ง  รังเอย
นั่งเหล้นเย็นสบายฯ
(๑๖๔) ๏ ถึงบ้านตาลเสี้ยนร่ำ
ไต่ผโองโหญ่งโย่ทยาน
หน้าหัวเราะเพราะรักหวาน
เพียงพี่นี้แฝงเฝ้า

ทำตาล
ย่างเก้า
หวังใคร่  ได้ฤา
ใฝ่น้ำคำหวานฯ
(๑๖๕) ๏ ว่างบ้านย่านน้ำเปลี่ยว
ตลิ่งสูงฝูงรอกแต
กรวยกร่างค่างเคียมแค
ลมป่วนหวนหอมให้

เหลียวแล
ไต่ไม้
ข่อยกทุ่ม  กุ่มเอย
ลเหี่ยลห้อยหงอยเหงาฯ
(๑๖๖) ๏ จวบจนชนบทบ้าน
ท่าลาดหาดเกิดกัน
เรือนตั้งฝั่งเรียงรัน
คนภู่ดูครึกครื้น

ศรีจัน
แก่งตื้น
โรงเหล็ก  เจ๊กเอย
ค่ามช้างต่างเกวียนฯ
(๑๖๗) ๏ จวนเย็นเห็นแห่งบ้าน
หาดใหญ่ไทยเจ๊กมอญ
จอดเรือเมื่อเย็นรอน
ร้องว่าอาศัยร้าน

ด่านขนอน
มี่บ้าน
ริมหาด  สอาดเอย
ร่มไม้ใกล้เรือฯ
(๑๖๘) ๏ เจ้าของร้องรับให้
หนุ่มหนุ่มชุ่มชื่นบาน
ขึ้นฝั่งนั่งสำราญ
สาวรุ่นวุ่นเวียนเฝ้า

ได้การ
บ่เศร้า
ร้านใต้  ไทรเอย
ฝั่งน้ำชำเลืองฯ
(๑๖๙) ๏ ลูกเอยเฉยเช่นปั้น
สาวเพ่งเล็งหลบสาว
ปะเป็นเช่นพ่อคราว
ตายราบลาภไม่แคล้ว

ปูนขาว
สิ้นแล้ว
ครั้งหนุ่ม  ชุ่มฤา
คลาดช้านาทีฯ
(๑๗๐) ๏ ลูกลาวสาวรุ่นน้อง
เรือพี่มีสิ่งขาย
ลูกเราเหล่าหนุ่มอาย
สอนกระสาบตาบให้

ทักทาย
ค่อยไหว้
แอบเด็ก  เล็กแฮ
ว่าซื้อหรือจำฯ
(๑๗๑) ๏ หนูพัดพลัดพลอดล้อ
มีหมากอยากสู่สาว
ป่านเจ้าเค่าเหนียวขาว
ตาบฮ่ามถามหาแห้ว

เลียนสาว
ซิ่นแล้ว
ขายมั่ง  กระมังแม่
แห่งนี้มีฤาฯ
(๑๗๒) ๏ ลาวไปไทยพี่น้อง
มืดค่ำทำร่ายเรียง
กลั่นชุบอุบอิบเอียง
ขอหมากปากสั่นสท้าน

มองเมียง
เราะร้าน
กแอมแอบ  แยบเอย
ทดท้อย่อหญิงฯ
(๑๗๓) ๏ ราตรีพี่น้องอ่อน
ขันใหญ่ใส่หมากพลู
แห้วเลือกเผือกถั่วภู
จสั่งมั่งไม่ได้

เอนดู
นาบให้
พัดรับ กลับแฮ
เดือดหน้าด่าตีฯ
(๑๗๔) ๏ ดึกลาวสาวรุ่นกล้า
ให้กระเช้าเข้าเหนียว
ถอยหลีกอีกบ่อเหลียว
กลั่นรับกลับจุดไต้

มาเดียว
นั่งใกล้
เลยลูก กูเอย
ตอบโต้โมทนาฯ
(๑๗๕) ๏ บูราณท่านว่าเลี้ยง
มันมักหักรั้วฉาว
หนุ่มชายฝ่ายรุ่นราว
ลูกโง่โซแสบท้อง

ลูกสาว
เช่นพร้อง
รักขะยั่น พรั่นแฮ
บ่อรู้สู่สาวฯ
(๑๗๖) ๏ ครั้นช้าวสาวสบหน้า
จากขนอนอ่อนหนาว
คราวได้ไม่โลมลาว
ครั้นลับกลับรฤกเหล้า

ลาสาว
หนุ่มเศร้า
ลองซู่ ดูแฮ
ลูกโหง้โซสาวฯ
(๑๗๗) ๏ เอนดูหนูพี่น้อง
คิดใคร่ได้เลี้ยงลาว
แต่ลูกผูกรักชาว
จเจ็บเล็บเขาไว้

สองสาว
ลูกสไภ้
วังเล่า เจ้าเอย
ข่วนร้ายคล้ายเสือฯ
(๑๗๘) ๏ บางกระพุ้งคุ้งน้ำเปลี่ยว
บนบกนกซอแซ
เห็นนกกกคู่แด
เหมือนอยู่คู่เคียงน้อง

เหลียวแล
แซ่ซ้อง
ดานลฦก นึกเอย
แนบเนื้อเหลือสนอมฯ
(๑๗๙) ๏ บ้านใหม่ไร่ฝ่ายสพรั่ง
ฟ่ายออกดอกขาวดา
เนื้อนุชสุดโสภา
ชมฟ่ายคล้ายผิวสร้อย

ฝั่งชลา
เด่นช้อย
เพียงฟ่าย ไร่เอย
สวาดิเนื้อเหลือนวลฯ
(๑๘๐) ๏ ถึงย่านบ้านกร่างเวิ้ง
เกิดแก่งแหล่งเหวหิน
ปล่องน้ำท่ำกุมภิน
ยามเปลี่ยวเสียวทรวงสดุ้ง

วาริน
ฮ่วงคุ้ง
พวกเงือก เลือกแฮ
ด่วนพ้นวลวังฯ
(๑๘๑) ๏ บ้านไร่ไทเจ๊กตั้ง
กล้วยไข่ไร่เรียงราย
ตกเครือเรื่อเรืองปลาย
เฟื้องหนึ่งถึงสี่มื้อ

ทั้งทวาย
เรียกซื้อ
ปลีสลับ ปกับแฮ
หมดรื้อซื้อเสมอฯ
(๑๘๒) ๏ วังปรานบ้านเว้นว่าง
สองฝั่งวังเสือเกรง
นายรอดทอดท้ายเพลง
ป่าใหญ่ไม้ชื่นช้อย

วางเวง
เกรียบฉม้อย
พลอยหนุ่ม ชุ่มเอย
ชุ่มฉ้อออรชรฯ
(๑๘๓) ๏ บางม่วงห้วงหาดตื้น
ทรายเกลี่ยเรี่ยรอยเสือ
ซึ้งซึกพฤกษครุมเครือ
โปรยแต่ใบไม้หว้อน

ติดเรือ
ซับซ้อน
ค่างโครก โฮกแฮ
วิ่งร้องพองขนฯ
(๑๘๔) ๏ ลูกค่างอย่างย้อมชาติ
เหลืองอ่อนโอ้เอนดู
แม่อุ้มชุ่มชื่นชู
กอดแอบแนบอกห้อย

ชมภู
เด็กน้อย
ชมลูบ จูบเอย
หกโน้มโถมทยานฯ
(๑๘๕) ๏ ย่านซื่อชื่อว่าบ้าน
เหนแต่ชุมนุมลาว
ลากอวนส่วนหนุ่มสาว
เท่าแก่แลโล้งโต้ง

ย่านยาว
ล่อนโล้ง
เสียงแซ่ แม่เอย
ต่างหล้อนห่อนอายฯ
(๑๘๖) ๏ อ้างว้างกลางน้ำร่ม
ลิงค่างครางครวนโหย
กระเบาออกดอกร่วงโรย
หึ่งหึ่งพึ่งเพียงฆ้อง

ลมโชย
โห่ร้อง
รศรื่น ชื่นเอย
ย่ำเถี้ยงเสียงกระหึมฯ
(๑๘๗) ๏ ยนย่านศารปู่เจ้า
ปลาคล่ำน้ำซึ้งใส
งูเหลือมเลื่อมเลือกไคล
โตเท่าเสาเรือนกว้าน

จอมไพร
สอาดสอ้าน
คลานกลิ่ง ตลิ่งแฮ
กวาดน้ำดำปลาฯ
(๑๘๘) ๏ ติดตื้นขืนถ่อค้ำ
บนบกรกรังเสือ
นำงูฟู่เลื้อยเหลือ
ศักครู่ดูควันกลุ้ม

เขนเรือ
ซอกซุ้ม
หลีกยาก หลากแฮ
กลบข้างทางจรฯ
(๑๘๙) ๏ เดกเหนเช่นมนุษหนั้ง
แวววับคลับคลายฟู
รู้ชัดจัดหมากพลู
งูกระเพื่อมเลื่อมเลื้อย

หลังงู
ฟ่องเฟื้อย
พลีปู่ เจ้าเอย
หลีกคล้ายหายสูรฯ
(๑๙๐) ๏ เรือคล่องล่องเลี้ยวเลื่อน
ถึงย่านบ้านกลวยเวลา
กล้วยไข่ไร่รื่นรดา
หล่างแห่งแปลงปลูกอ้อย

เคลื่อนคลา
บ่ายคล้อย
ดกเรื่อ เครือเอย
แอบกล้วยสลวยลำฯ
(๑๙๑) ๏ ถึงช่องคลองน้ำซับ
เกิดแร่แง่งอกครื
ผู้เท่าเล่าเลื่องฦา
ครึคระระเรือต้อง

ซ้ายมือ
ครืดท้อง
เหล็กที่ ดีเอย
ติดตื้นขืนเขนฯ
(๑๙๒) ๏ บ้านว่าขวาซ้ายค่าง
หินแร่แลสลับสลอน
เรือนตั้งฝั่งสาคร
ปลาคล่ำน้ำไหลอึ้ง

ทางจร
ฦกซึ้ง
คนเงียบ เสียบเอย
แอบคุ้งมุ่งทางฯ
(๑๙๓) ๏ วังหินถิ่นเถื่อนกว้าง
สมอแสมสารสูง
หว่างไผ่ไก่เถื่อนฝูง
เด็กใคร่ได้ไก่อุ้ม

ยางยูง
สดฉุ้ม
ฟุบเขี่ย เรี่ยเอย
แอบขึ้นครึนรายฯ
(๑๙๔) ๏ ไก่เถื่อนเหมือนจฬ้อ
เด็กย่องด่องดีดมือ
เข้าใกล้ไก่เปรียวปรื๋
เด็กโดดโลดไล่คว้า

ก้อกพือ
มุ่งหน้า
ปร๋อร่อน ว่อนแฮ
ไคว่ขว้ำขะมำมอมฯ
(๑๙๕) ๏ ลงเรือเหื่ออาบหน้า
อย่าไล่ไก่เลยเชย
ดอกดวงร่วงรื่นรเหย
เก็บศักห่อพ่อได้

หนูเอย
ช่อไม้
หอมกลิ่น รรินแฮ
เด็จร้อยสร้อยสนฯ
(๑๙๖) ๏ ย่านยาวลาวตั้งกลาด
แล่ผ่าปลาฉแวงสวาย
ย่างไฟใส่ซ่าราย
พวกหนุ่มสุ่มเรือร้อง

หาดทราย
แหวะท้อง
เรียงนั่ง สพรั่งเอย
เจียรน้อฬ้อลาวฯ
(๑๙๗) ๏ ถึงวนก้นหวดห้วง
แร่เกลื่อนเหมือนซิงแขง
ตำราว่าทองแดง
พรายพร่างอย่างศรีรุ้ง

หินแลง
ค่างคุ้ง
เดกต่อย ย่อยแฮ
รอดชี้ที่แถลงฯ
(๑๙๘) ๏ ตวันเยนเหนพยัฆด้อม
โห่ขับกลับโฮกคน
ขึ้นตลิ่งวิ่งคำรน
ทังขู่ภู่เมียโขร้ง

ดื่มชล
เคี่ยวโง้ง
เราะไล่ ใกล้แฮ
คร่างร้องก้องกระหึมฯ
(๑๙๙) ๏ นายรอดสอดรู้เท่า
มักกัดสัตกินเหลือ
มันหวงล่วงไล่เรือ
หนูหนุ่มกุมมีดไม้

เหล่าเสือ
ละไว้
รอดแนะ แวะแฮ
มุ่งแย้งแทงเสือฯ
(๒๐๐) ๏ โห่ร้องซ้องแส้ป่า
เสือวิ่งยิ่งทเยอทยาน
ตามทางห่างฝั่งประมาณ
ได้แต่เนื้อเหลือทั้ง

กล้าหาน
หยักรั้ง
สองเซ่น เหนแฮ
ท่อนท้ายชายโครงฯ
(๒๐๑) ๏ รอดรัดมัดเชือกกลุ้ม
ถึงที่เรือเสือตาม
จากท่าป่าเปลี่ยวขาม
ถ่อถี่หนีเสือพ้น

หนุ่มหาม
ติดก้น
ขยาดพยัฆ นักพ่อ
พี่ให้ใจหายฯ
(๒๐๒) ๏ บูรานท่านว่าล้วง
เหล่าลูกถูกตำราเหลือ
เช่นพ่อก็กลืนเกลือ
ชิงเหยื่อเสือต่อหน้า

คอเสือ
เหล็กกล้า
กลั้วเค่า เจ้าเอย
นึกคร้ามขามแขยงฯ
(๒๐๓) ๏ วังฉลามยามสูริยเยื้อง
เสียงสุนัขไนหอน
ลิงค่างต่างโหวยวอน
เผาะเผาะเราะรกเรื้อ

เย็นรอน
เห่าเนื้อ
วิเวกวาบ สาบเอย
เรียดข้างทางจรฯ
(๒๐๔) ๏ มืดค่ำจำจอดค้าง
หนุ่มหนุ่มสุมฟืนไฟ
เนื้อย่างค่างเครื่องใน
เนื้อสดรสอร่อยล้ำ

หว่างไพร
ฝั่งน้ำ
หมูแบ่ง แกงแฮ
กระหลบฟุ้งคุ้งแหลมฯ
(๒๐๕) ๏ นอนค้างกลางหาดตื้น
นิ่งนั่งฟั่งฟานฝูง
เงาไม้ใหญ่ยางยูง
เผาะเผาะเราะป่าต้อง

ตลิ่งสูง
มฤคฆร้อง
เยนเยียบ เงียบเอย
ตวาดซ้ำร่ำไปฯ
(๒๐๖) ๏ เกือบหลับกรับเกรียบไม้
คุ่มคุ่มดุ่มตามเรือ
ปลุกหนุ่มรุมโห่เสือ
เด็กด่าคว้าฟืนขว้าง

ไต้เหนือ
รอบข้าง
สวบโขยด โดดแฮ
ก่อให้ไฟโพลงฯ
(๒๐๗) ๏ เสือชุมหนุ่มแน่นหนั้ง
ดึกยิ่งวิ่งเวียรไว
จำเปนเซนพระไพร
ตัดตับกับเนื้อพร้อม

รวังไฟ
แวดล้อม
เพราะเหญื่อ เสือแฮ
พร่ำตั้งสังเวยฯ
(๒๐๘) ๏ เยนเยียบเงียบสงัดเงื้อม
อารักศักสิทพึม
ทิ้งทูตพูดงึมงึม
จังหรีดกรีดกริ่งให้

เงาครึม
พุ่มไม้
เงี่ยง่วง ทรวงเอย
ลเหี่ยเศร้าหาวนอนฯ
(๒๐๙) ๏ ดึกดื่นฝืนเนตรหนั้ง
แม่ม่ายลองไนเรียง
รฦกแต่แม่ม่ายเวียง
เปนม่ายร้ายนักน้อง

ฟังเสียง
แหร่ร้อง
สวาดิว่าง ค้างเอย
จต้องลองไนฯ
(๒๑๐) ๏ หนุ่มหลับคลับคล้ายเลื่อม
เจ้าป่าหน้าปากเปน
ขี่แรดแผดเสียงเยน
ร้องว่าลาแล้วคล้าย

แลเหน
พยัฆร้าย
ขยอกเหยื่อ เนื้อเอย
เคลือบเข้าเงาหายฯ
(๒๑๑) ๏ ยามสามยามสงัดไม้
พร่ำพร่ำน้ำค้างพรม
เยนเยียบเงียบสงัดลม
ไม่นิ่งกิ่งก้านช้อย

ไพรพนม
พร่างพร้อย
แลตล่ง ดงเอย
ชื่นฉุ้มพุ่มพกาฯ
(๒๑๒) ๏ ค่อนรุ่งฝุงไก่แจ้
เอ๊กเอื่อยเฉื่อยสำเนียง
เรไรร่ายร้องเรียง
เพียงรนาดพาดฆ้อง

แจ้วเสียง
เนื่องซ้อง
รับแซ่ แม่เอย
แข่งเจ้งเพลงจีนฯ
(๒๑๓) ๏ เกือบรุ่งฟุ้งกลิ่นเกลี้ยง
หึ่งหึ่งพึ่งเวียรวล
มาลีคลี่กลีบบน
ยิ่งรุ่งฟุ้งหอมเร้า

เพียงสุคน
ว่อนเคล้า
บานกลิ่น รรินเอย
เร่งให้ใจเจริญฯ
(๒๑๔) ๏ รื่นรื่นชื่นเช่นน้ำ
หวนจิตคิดเคยสนอม
เจือจรรกลั่นกลิ่นรอม
เคยชื่นรื่นรศต้อง

อบหอม
แนบน้อง
รวยรรื่น ชื่นเอย
ตกไร้ไกลสมรฯ
(๒๑๕) ๏ เรืองรุ่งฝูงนกร้อง
เรียกเร่งรถสูริยง
ล่าป่าท่าน้ำจง
จากฝั่งพรั่งพร้อมหน้า

ก้องดง
เยี่ยมฟ้า
เจริญศุข รุกขเอย
หนุ่มน้อยพลอยเพลินฯ
(๒๑๖) ๏ ล่วงทางบางขวากคุ้ง
เหนแต่แร่รกไคล
ซ้ายขวาป่าสูงไสว
เด็กใคร่ไปปลายน้ำ

เขดไพร
เคลือบคล้ำ
ว่างย่าน บ้านเอย
สนุกแท้แควเหนือฯ
(๒๑๗) ๏ นึกนามสามชุกถ้า
เกรี่ยงไร่ได้ฟ่ายลง
เรือค้าท่านั้นคง
รายจอดทอดท่าน้ำ

ป่าดง
แลกล้ำ
คอยเกรี่ยง เรียงเอย
นับฝ้ายขายของฯ
(๒๑๘) ๏ นางเกรี่ยงเสียงเพราะพร้อง
สาวผูกลูกปัดแดง
คิ้วตาน่านวลแตง
แค่งทู่หูยานย้อย

กหนองกแหนง
ประดับพร้อย
ตลหม่อม จอมเอย
อย่างลว้าพาคลายฯ
(๒๑๙) ๏ สามเพงเลงสะล่างไม้
ป่าใหญ่ใช่เขดคน
ร่มรื่นชื่นชมชล
ปลาว่ายสายสินสอ้าน

ไพรสน
ขาดบ้าน
ซุ่มแต่ แร่เอย
สอาดตื้นพื้นทรายฯ
(๒๒๐) ๏ ปลาชนางคว้างแคว้งว่าย
เลื่อมเลื่อมเล่ตุกแก
ไข่ฉะนางอย่างฝักแค
สร้อยซ่ากากดเพลี้ย

ลายแล
กดิบกเดี้ย
เขียวฉอุ่ม ชุ่มเอย
พล่านน้ำคล่ำทางฯ
(๒๒๑) ๏ ไอ้บ้าอ้าปากกว้าง
ซิวสูบสีเสียดแซง
กรีมกรายว่ายเวียรรแวง
ฝักดาบปลาบเปลือยหล้อน

หางแดง
แซกซ้อน
รวังม่าย หมายเอย
แฉลบหว้ายสายสินธุ์ฯ
(๒๒๒) ๏ ปลาตเพียนเวียรว่ายเคล้า
เกล็จเคลือบเหลือบเหลืองเหลือ
ปลาเสือมุ่งเหมือนเสือ
หางไก่ใช่หางช้อย

คลอเรือ
เลื่อมพร้อย
ส่ายโบก กโชกแฮ
ชแล่มหว้ายร่ายเรียงฯ
(๒๒๓) ๏ นานาปลาน้ำถิ่น
ชมเล่นเหนปลาดหลาย
ทางเปลี่ยวเที่ยวถึงปลาย
บนบกนกกระเตนกระต้อย

หินทราย
เล็กน้อย
น้ำเล่า เจ้าเอย
ต้องร้องซ้องเสียงฯ
(๒๒๔) ๏ ถึงรวางว่างบ้านชื่อ
หอนประดู่ปรูพยอม
ดอกกระดึงพึ่งแตนตอม
นกพริกจิกจับห้อย

ชัดหอม
ยื่นย้อย
ต่อร่อน ว่อนแฮ
หกหิ้วพลิ้วแพลงฯ
(๒๒๕) ๏ ถึงแก่งแห่งท้ายย่าน
หินแร่แก่เก่าตรึง
ลงเข็นเล่นน้ำอึง
เยนสบายหายร้อน

บ้านทึง
กรวดก้อน
อาบชุ่ม หนุ่มเอย
เรื่อยร้องลองลำฯ
(๒๒๖) ๏ เอนหลังฟังดอกสร้อย
ร้องรับขับเสภา
ลำนำคร่ำครวนหา
ผอยหลับรับเสียงซ้อม

สักระวา
เพื่อนพร้อม
หวนเอก วิเวกเอย
เสนาะน้ำคำครวนฯ
(๒๒๗) ๏ หยุดเรือเหนือวัดเงื้อม
รื่นร่มรมยศุกโข
วัดมีที่พระอุโบ
เหนพระศรทาหมุ้ง

เงาโพ
ค่างคุ้ง
สดที่ กุดีแฮ
มั่นสร้างทางบุญฯ
(๒๒๘) ๏ จัดแจงแต่งตบะเหลื้อม
เทียรทูบท่วยแก้วรอง
ลูกพลับกับกระเทียมดอง
ย่ามร่มสมภารได้

ลายทอง
ดอกไม้
ถวายคนะ พระเอย
รับพร้อมน้อมถวายฯ
(๒๒๙) ๏ ตวันเยนเหบพระพร้อม
ตีปะเตะตะกร้อตรง
สมภารท่านก็ลง
เข่าค่างต่างอวดโอ้

ล้อมวง
คู่โต้
เล่นสนุก ขลุกแฮ
อกให้ใจหายฯ
(๒๓๐) ๏ อยุดกระกร้อฬ่อไก่ตั้ง
ผ้าพาดบาดเหล็กพนัน
ไก่แพ้แร่ขบฟัน
เจ้าวัดตัดเรือตั้ง

ตีอัน
เหน็บรั้ง
ฟัดอุบ ทุบเอย
แต่งเหล้นเยนใจฯ
(๒๓๑) ๏ เสียเทียรเสียทูบซ้ำ
เสียที่มีกระมลมา
เสียดายฝ่ายศาสนา
เสียน่าตาหูพร้อม

เสียสัทา
โนศน้อม
สัมนะ พระเอย
เพราะรู้ดูเหน
(๒๓๒) ๏ จวนค่ำจำค้างย่าน
ถอยหนีที่วัดอึง
ตรวดน้ำร่ำรำพึง
ให้เหล่าเจ้าป่าถุ้ง

บ้านทึง
แอบคุ้ง
แผ่ทั่ว ตัวเอย
เทพสริ้นดินสวรรฯ
(๒๓๓) ๏ เหมือนรู้ผู่เถ้าท่าน
เมียนากนามผัวทอง
มาหาพ่าขาวของ
ท่านช่วยอวยภรแล้ว

ทังสอง
ผ่องแผ้ว
คำนับ รับเอย
เล่ารู้บูราณ
(๒๓๔) ๏ ฝ่ายตาอายุร้อย
ยายสิบแปดปีแกม
ตามองช่องเขมแหลม
ฟันปากหมากเฆี้ยวจ้อย

ญี่สิบแถม
กับร้อย
ตลอดแน่ แม่เอย
แจ่มอ้วนนวลขาวฯ
(๒๓๕) ๏ ผู้เถ้าเล่าเรื่องอย้าน
ท้าวอู่ทองมาถึง
แวะขอเชือกหนังขึง
สาปย่านบ้านเขดคุ้ง

บ้านทึง
ถิ่นถุ้ง
เขาไม่ ให้แฮ
คี่ทึ้งทึงแปลงฯ
(๒๓๖) ๏ วัดทร่างข้างคุ้งย่าน
ชื่อชัดวัดคี่ทึ้ง
ผู่เถ้าเล่าเรื่องจึง
ท่านนั่งสั่งสอนพร้อง

บ้านทึง
ถูกต้อง
จะแจ้ง แสดงเอย
พร่ำไว้ไม้ตรีฯ
(๒๓๗) ๏ ได้ครูผู่เท่าทั้ง
สมมุติดุจะเทวดา
ทายทักลักขณะรา
จอดน่าท่าผู่เถ้า

ยายตา
บอกเหล้า
ศรีทั่ว ตัวเอย
ท่วนห้าราตรีฯ
(๒๓๘) ๏ ตวันเที่ยงเสียงวิ่งแหร้
เสือตบขบภิขุสอง
ต่อไก่ไล่นกคนอง
เสือฟัดกัดกินด้วย

แซ่สนอง
รูปม้วย
นามเทศ เกดแฮ
บาปซ้ำกรรมหนาฯ
(๒๓๙) ๏ ต่อนกยกพเนียดตั้ง
เสือฉีกซีกโครงทลาย
กินตับกับตโพกหาย
ภิขุทุศีลต้อง

บังกาย
ทลักท้อง
เหนน่า ขาเอย
โทษนั้นทันตาฯ
(๒๔๐) ๏ ต่อไก่ไม่สู้ฟาด
ที่อยู่ปู่เจ้าไป
เสือกินซิ่นตับไต
สังเวทเหตุผู่เถ้า

ขาดใจ
หลับเหล้า
ตีนน่อง ท้องแฮ
ทักแท้แน่จริงฯ
(๒๔๑) ๏ สำเรจรู้ผู่เถ้าช่วย
สิบประการประกอบกลอน
ขอสวัดสัฐาวอร
สองเท่าเฝ้าร้องไห้

อวยภร
กล่าวไว้
ไว้ว่า ลาเอย
ลเหี่ยลห้อยหงอยเหงาฯ
(๒๔๒) ๏ สงสารท่านสอื้นโอ้
พลั่งพลั่งหลั่งน้ำตา
หนูหนุ่มชุ่มชลนา
ร่ำว่าท่าไม่ม้วย

โศกา
ตกด้วย
นั่งเจ่า เหงาเอย
ไม่สริ้นถวินหวังฯ
(๒๔๓) ๏เรือออกนอกท่าบ้าน
ย่อไว่ไห้สอื้นฟาย
เชาบ้านท่านทังหลาย
ไห้มั่งทังใหญ่น้อย

ท่านยาย
มูกย้อย
แลสลด หมดเอย
นั่งผร้ำน้ำตาฯ
(๒๔๔) ๏ แลลับกลับกลั้นโศก
หนุ่มน่อยพลอยรำคาร
ทังหลายฝ่ายบูราณ
เราพรากจากผู่เถ้า

สงสาร
คิดเศร้า
รักขู่ ชู้เอย
ทุกร้อนห่อนเสบยฯ
(๒๔๕) ๏ ถึงย่านบ้านกระตั้วเหล่า
โกนจุกลูกสาวทรง
เชิญด้วยช่วยแต่งมง
โกนจุกลูกเชาบ้าน

เชาดง
สอาดสอ้าน
คนเกริก ฤกษเอย
อยู่ค้างกลางคืนฯ
(๒๔๖) ๏ ฟังติปี่พาดฆ้อง
เพลงไทยใส่กลองโยน
เด็กโดดโลดเล่นโขน
ร้องขับรับอ้อแอ้

กลองตโภน
ยุ่งแท้
แขนคอก ออกเอย
อุบเหล้าเมามายฯ
(๒๔๗) ๏ เสียงซออออ่ออ้อ
จับปี่เตร๋งเต้งเตง
คลุยตรุ๋ยตรุ่ยตรุ้ยเหนง
ฆ้องหน่องหนองน่องหน้อง

เอื่อยเพลง
เต่งต้อง
เหน่งเน่ง รนาดแฮ
ผรึ่งพรึ้งพรึ่งตโภนฯ
(๒๔๘) ๏ สาวสาวเหล่าเลี้ยงเล่น
ซองหมากฝากหนุ่มนำ
โกนจุกลูกเล็กทำ
เนตรซู่หนูหนุ่มน้อย

เต้นรำ
เนตรชม้อย
ขวันเล่า เจ้าเอย
นั่งปลื้มลืมนอนฯ
(๒๔๙) ๏ บ่วงรักดักเด็กต้อง
เปิดปากฝากคำลา
ลงเรือเมื่อจะคลา
แก่เท่าสาวส่งซ้อง

สองตา
เหล่าน้อง
คลอเนตร ทเวทเอย
แซ่หน้าอาไลยฯ
(๒๕๐) ๏ บ่วงผูกลูกรักแล้ว
ดักพ่อท้อที่กาย
ห่อนอยู่ซู่สมรหมาย
แต่เหล่าเจ้าลูกแก้ว

แร้วราย
แก่แล้ว
มัติโมฆ โอขเอย
ก่อร้อนสอนแสลงฯ
(๒๕๑) ๏ หมากพลูบูหรี่ส้ม
สาวหนุ่มรุมการุญ
ผูกมิตรคิดขอบคุณ
ทุกโศกโรคอย่าได้

ขนมขนุน
รักให้
คนเท่า สาวเอย
เดือดร้อนนอนสบายฯ
(๒๕๒) ๏ จากย่านบ้านกระตั้วแต่
ศรรักปักทรวงหนู
รักป่าน่าชื่นชู
ดูถูกลูกปลายน้ำ

แลดู
เหน็บช้ำ
ชมเล่า เจ้าเอย
หนุ่มต้องหมองหมางฯ
(๒๕๓) ๏ น้อยน้อยพลอยว่าน้ำ
สาวแก่แลคมสัน
ดูมากว่าสิบวัน
ไรจุกทุกทุกบ้าน

ลำสุพรรณ
สะคร้าน
ตลอดแว่น แคว้นเอย
บ่อเว้นเห็นสาวฯ
(๒๕๔) ๏ บูราณท่านว่าน้ำ
ป่าต้นคนสุพรรณ
แดนดินถิ่นที่สูพรรณ
ผิวจึ่งเกลี้ยงเสียงแจ้ว

สำคัน
ผ่องแผ้ว
ธรรมชาด มาศเอย
แจ่มน้ำคำสนองฯ
(๒๕๕) ๏ ถึงถิ่นสริ้นบ้านป่า
เรือติดคิดขยาดแสยง
สวบสวบยวบไม้แฝง
สองฝั่งทั้งขวาซ้าย

โป่งแดง
พยัฆร้าย
ฟุ้งสาบ วาบแฮ
สัตร้องซ้องเสียงฯ
(๒๕๖) ๏ คลองกระเสียวเปลี่ยวป่ากว้าง
เคยถิ่นกินโป่งโทง
ขามช้างต่างจัดโจง
เก็บกรวดอวดกันเหล้น

ทางโขลง
เที่ยวเร้น
กระเบนกระบิด ตี๊ดแฮ
ตลอดน้ำลำทางฯ
(๒๕๗) ๏ คุ้งขวางบางแวกตื้น
กรวดกระจ่างพร่างพรายลาย
เหมือนเม็จเพชรัตราย
ฉุนว่าแววแก้วก้อย

พื้นทราย
เลื่อมพร้อย
แอร่มอร่าม งามเอย
นพเก้าวาวแหวนฯ
(๒๕๘) ๏ กระเบาออกดอกรยับย้อย
พึ่งหมู่แมงภู่ตอม
ว่าสุกลูกงามงอน
กระทุ่มกระถินกลิ่นเร้า

ห้อยหอม
ไต่เคล้า
เงาะป่า พวาเอย
รื่นข้างทางจรฯ
(๒๕๙) ๏ รินรินกลิ่นเฟื่องฟุ้ง
ป่านอกดอกสำโรง
เหล่าลูกผูกเรือฉโลง
เหมนเช่นเหมนชื่ออ้าง

คลุ้งโขลง
ร่วงค้าง
ลากวิ่ง จริงแฮ
อีกล้ำสำโรงฯ
(๒๖๐) ๏ ถึงหว่างยางพี่น้อง
เก่าแก่แต่ก่อนปาง
เกิดแร่แง่งอกขวาง
ถูกปวดรวดเร้าล้น

สองยาง
ป่าต้น
ขวากระ รกะแฮ
สะล่างแหร้แง่สลอนฯ
(๒๖๑) ๏ ปลายน้ำลำคุ้งแขบ
ขดค่องต้องติดพเอิญ
จอดสองพี่น้องเพลิน
ชื่นชุ่มพุ่มพฤกษครื้น

โขดเขิน
แอ่งตื้น
พลองสะล่าง ยางเอย
คร่อมน้ำลำลหาลฯ
(๒๖๒) ๏ ปลาดเหลือเรือหนุ่มน้อย
ถึงหว่างต้นยางตาย
ช่วยฉุดสุดชีพทลาย
เมียแม่แซ่มาปล้ำ

ลอยพาย
ตกน้ำ
ทลักเลือด เฝือดแฮ
ปลุกร้องซ้องเสียงฯ
(๒๖๓) ๏ ถามเขาเล่าว่าอ้าย
ตีแม่แร่ลงเรือน
เจ้าสองพี่น้องเหมือน
โพล่งผลักหักคออ้าย

ฟักเฟือน
ร่านร้าย
มุ่งปราบ บาปแฮ
ฝักม้วยด้วยกรรมฯ
(๒๖๔) ๏ ชาวป่าภาศภเศร้า
เราเปลี่ยวเหลียวเหนศาล
อารักศักสิทชาน
โป่งป่าอย่าแผ้วพ้อง

สู่สถาน
สองพี่น้อง
เชี่ยวช่วย ด้วยเอย
พวกข้าอาไศรยฯ
(๒๖๕) ๏ สรวงจ้าวพร้าวอ่อนกล้วย
เชิญพี่น้องสองเสวย
แรกมาอย่าถือเลย
ขอแร่แม่เก็จก้อน

ด้วยเอย
สว่างร้อน
ลุกระโทษ โปรดพ่อ
กับเต้าเจ้ายางฯ
(๒๖๖) ๏ หนูน้อยพลอยร้องบ่วง
เสียงฉ่ำน้ำนมหวาน
เบิกป่าท่าเทวถาน
หนุ่มรับสรัพเสียงซ้อง

สรวงศาร
แววก้อง
ถูกท่วน ขบวนเอย
เสนาะซ้อนกลอนในฯ
(๒๖๗) ๏ เทียรจุดขุดแร่หลั้น
พลุ่งพลุ่งมุ่งดูประเดียว
หนุ่มเหนเช่นลิงเหลียว
ฟุ้งพิศฤทธิแร่ร้าย

ควันเขียว
ดุ่มคล้าย
เลื่อนกลับ ลับแฮ
รู้เถ้าเจ้าหวงฯ
(๒๖๘) ๏ เหมือนครูผู่เท่าแจ้ง
รอขุดจุดเทียรไชย
ดับพิศฤทธิพระไพร
เดี๋ยวหนึ่งอึ่งอู้อู้

แหนงใจ
เช่นรู้
พรมสมุท อยุดแฮ
อ่อนไม้ใหญ่รเนนฯ
(๒๖๙) ๏ ลมลั่นครั่นครึกฟ้า
ซู่ซู่หนูวิ่งวน
เทียรดับกลับมืดมน
จวนค่ำจำอยุดค้าง

หนาฝน
ว่าช้าง
เหมนเบื่อ เสือเอย
คิดแก้แร่โพรงฯ
(๒๗๐) ๏ ขอนเรือเหนือน้ำนึก
คราวเคราะเพราะพระไพร
ขัดพระจเชิญไฟ
ทุ่งท่าป่าจะต้อง

น้อยใจ
พี่น้อง
ฟอนซู่ รู้ฤๅ
โตล่งสริ้นถิ่นสถานฯ
(๒๗๑) ๏ เราถือซื่อสัจสร้าง
แล่งล่าฟ้าดินพญาน
หวังแร่แต่บูราณ
จ้าวคิดปิดของขู้

ศีลทาน
ย่อมรู้
ระงับโศก โลกเอย
มนุษนั้นฉันใดฯ
(๒๗๒) ๏ ดึกสงัดสัตสงบคลุ้ม
เยนรย่อบริเวณวง
เคลิ้มหลับคลับคล้ายองค์
เหนสพรั่งนั่งไหว้

พุ่มพง
หว่างไว้
อารัก ทักแฮ
ว่าฬ้อขอสะมาฯ
(๒๗๓) ๏ รูปจ้าวสาวหนุ่มล้วน
สองพี่มีเป็นสาม
เรียกสองพี่น้องนาม
สามแน่แต่คำพร้อง

นวลงาม
ทั่งน้อง
น้องพี่ มีเอย
พี่น้องสองชายฯ
(๒๗๔) ๏ เล่าความตามเรื่องแหร้
ใช่คิดบิดเบือนบัง
ขัดเคราะเพราะยุกยัง
กายสิทพิศกล้าแกล้ง

แต่หลัง
บอกแจ้ง
อยู่อย่า มาเลย
กลบกลุ้มคลุ้มควันฯ
(๒๗๕) ๏ รู้ศึกนึกเรื่องเจ้า
ทราบหมดจดหมายตาม
โออกตกอับยาม
บุญบวดกรวดกระสินให้

เล่าความ
แต่งไว้
ยุกยาก มากเอย
แห่งเจ้าเล่าความฯ
(๒๗๖) ๏ เหมือนรู้ผู่เถ้าเล่า
สามอย่างต่างลายแทง
ใคร่เหนเช่นชี้แจง
ค้างย่านศารพี่น้อง

จ้าวแถลง
ถูกต้อง
เจ้าบอก ดอกแฮ
พนัศร้ายหายสูรฯ
(๒๗๗) ๏ รุ่งเช้าเข้าป่ากว้าง
คลองเก่าเท่าลำกระโดง
ซ้ายขวาป่าสมอโมง
กระแบกกระเบาเสลาสล้าง

ทางโขลง
โป่งช้าง
ไม้อุโลก โมกเอย
สลับต้นคนทาฯ
(๒๗๘) ๏ ตามร่องคลองที่เจ้า
เด็ดดอดลอดลัดตาม
เลี้ยวลดปลดปลิดหนาม
เสียงแต่เนื้อเสือร้าย

เล่าความ
ติดท้าย
หน่อคลอก ออกแฮ
ร่านร้องก้องกระหึมฯ
(๒๗๙) ๏ สุดคลองหนองหนึ่งกว้าง
ที่ถิ่นดินดาดแดง
สังเกตเขดขอบแขวง
ขึ้นค่างทางขวาท้อง

อย่างแถลง
ดุจพร้อง
ความที่ ชี้เอย
ทุ่งช้างวางเวงฯ
(๒๘๐) ๏ ภบถ่อบ่อแร่น้ำ
เหมือนหมึกปึกปะดิน
ปะแต่แร่ปรอดกิน
เนื้อมั่งยังขยี้หยุ้ย

ดำนิล
เดกคุ้ย
แก่นเท่า เจ้าเอย
ยกไว้ไปแสวงฯ
(๒๘๑) ๏ ตัดทางหว่างต้นโตนด
เนื้อแยกแตกตื่นฝูง
แฝงดูหมู่นกยูง
พรายพร่างอย่างศรีรุ้ง

โขดสูง
ฝุ่นฟุ้ง
ยอบย่อง มองเอย
อร่ามเพี้ยนเขียนซนฯ
(๒๘๒) ๏ รำแพนแอ่นอกฉะแง้
หันร่ายฝ่ายฝูงนาง
ตัวผู่อยู่กลางกาง
ก้อกรีดขีดเขี่ยเท้า

แผ่หาง
นกเคล้า
กลมปีก หลีกเอย
ท่าฟ้อนอ่อนเอียงฯ
(๒๘๓) ๏ ด้อมดูหมู่มยุรย้าย
เยี่ยงย่างนางรบำทำ
เคยดูคู่เคียงรบำ
เหนแต่ฝูงยูงคล้าย

ร่ายรำ
ท่าฉะม้าย
รเบงกลับ ลับเอย
นุชฟ้อนงอนงามฯ
(๒๘๔) ๏ ฝ่ายฝูงยูงบ่อรู้
สังวาดชาติเช่นพรม
ตัวภู่ฟู่ฟองกลม
เกิดไข่ได้พวกพ้อง

สู่สม
พระพร้อง
เมียชื่น กลืนแฮ
เพื่อส้องฟองกสินฯ
(๒๘๕) ๏ หนุ่มหนูพรูไล่พร้อม
ปีกกระพือฮือฝูง
ตานโดดโขดทรายสูง
เหนรอบขอบเขดหน้า

ล้อมยูง
ฟ่องฟ้า
สมเล่า เจ้าเอย
สนุกแท้แลเพลินฯ
(สรล้วน)
(๒๘๖) ๏ เขาเขียวโขดคุ่มขึ้น
ร่มรื่นรุกขรังเรียง
โหมหัดหิ่งหายเหียง
ย่างใหญ่ยอดยื่นย้อย


เคียงเคียง
เรียบร้อย
หัดหาด แฮ่วแฮ
โยกโย้โยนเยนฯ
(๒๘๗) ๏ เลี้ยวทางหว่างช่องไม้
ปะแต่แร่กรัดเรือง
ย่องเหยียบเลียบลำเหมือง
หอมกระถินกลิ่นฟุ้ง

ไผ่เหลือง
ร่วงรุ้ง
ไม้ชื่น รรื่นเอย
เฟื่องฟื้นชื่นใจฯ
(๒๘๘) ๏ สุดเหมืองเยืองขึ้นค่าง
ล้วนแร่แก่เก่าเกิน
พลวงเหล็กเด็กสดุดเดิน
ชมเล่นเหนเกลื่อนกลิ้ง

หว่างเนิน
เก็บทิ้ง
กระโดดค่าม ตามแฮ
กลาดสล้างอย่างฝันฯ
(๒๘๙) ๏ ลงเนินเดินป่ากว้าง
ลมลั่นครั่นครืนเครง
ควายเถื่อนเกลื่อนกลุ้มเกรง
ป่าใหญ่ไม้ร่มชื้น

วังเวง
ครึกครื้น
เกรียวโห่ โร่แฮ
ช่อช้อยย้อยไสวฯ
(๒๙๐) ๏ พิศพวงดวงดอกไม้
รยับรย้าน่าชม
ม่วงโมกโศกสุกกรม
ดอกดกนกน้อยน้อย

ไพรพนม
แช่มช้อย
กรวยกร่าง สล้างเอย
เหนี่ยวไซ้ไส้เพกาฯ
(๒๙๑) ๏ ดูเดียวเปลี่ยวอกอ้าง
คิดใคร่ได้คนเคย
คลอเคล้าเฟ่าชื่นเชย
ถามไถ่ได้กระจู้กระจี้

ว้างเอย
คู่ชี้
ชมนก หกแฮ
กระแจะแต้มแก้มหอมฯ
(ราชสีห์เทียมรถ)
(๒๙๒) ๏ ยนโศกยามเศร้ายิ่ง
คิดสุดขัดแสนเขน
หวนหนาวหากนึกเหน
ดวงจิตเด็จจากได้


ทรวงเยน
โศกไข้
หน้าแห่ง น้องแฮ
จึ่งดิ้นจำโดยฯ
(๒๙๓) ๏ เสลาสลอดสลับสล้าง
สอึกสอะสอมสไอ
มแฝ่มฟาบมเฟืองมไฟ
ตขบตขาบตเคียนตคร้าน

สลัดได
สอาดสอ้าน
มแฟบมฝ่อ พ่อเอย
ตคร้อตไคร้ตเคราตครองฯ
(๒๙๔) ๏ ถึงธารบ้านเกรี่ยงร้าง
ไร่ฟ่ายหมายมั่นคง
รอนรอนอ่อนอัศดง
ภักผ่อนนอนเรือนห้าง

กลางดง
คิดค้าง
แดดพยับ ลับเอย
ก่อให้ไฟโพลงฯ
(๒๙๕) ๏ เหล่าลูกถูกส้มทับ
หักฮ่างต่างหัดปีน
เหนื่อยนอนอ่อนมือตีน
ดึกดื่นฟื้นฟังแหว้ว

พลับจีน
คล่องแขล้ว
ต่างรงับ หลับเอย
วิเวกวิ้วหวีวโหวยฯ
(สกัดแคร่)
(๒๙๖) ๏ หนาวลมห่มผ้าห่อน
ฟ้าพร่ำน้ำค้างพราว
เด่นเดือนเกลื่อนกลาศดาว
ใจเปล่าเศร้าซบหน้า


หายหนาว
พร่างฟ้า
ดวงเด่น
นึกน้องหมองใจฯ
(๒๙๗) ๏ ไร่เกรี่ยงเสียงหลอดโหร้
โหว่งโหว่งโรงรายเรียง
หว่างไม้ไก่ขันเคียง
ยามดึกนึกนุชน้อง

โหร่เสียง
รับพร้อง
เสียงเอ่ก อี๋เอ้กเอย
นิ่งเศร้าเปล่าทรวงฯ
(๒๙๘) ๏ จังหรีดกรีดกริ่งร้อง
แหร่แหร่แม่ม่ายเรียง
จักกจั่นสนั่นสำเนียง
ผี่ผิวหวิ่วโหวกร้อง

ซ้องเสียง
รับซ้อง
เสนาะเรื่อย เฉื่อยเอย
รอบข้างวางเวงฯ
(๒๙๙) ๏ ค่อนคืนดืนดึกแท้
เกรี่ยงไร่กระไรเลย
ด่องด่องย่องเหยาะเงย
ปลุกหนุ่มกุมขวานเงื้อ

แม่เอย
ล่าเนื้อ
ฉโงกฉะงัก ทักแฮ
ผงะร้องซ้องเสียงฯ
(๓๐๐) ๏ ถามไถ่ใช่เหล่าร้าย
พูดเล่นเป็นคนชรา
ถามชี้ที่ว่านยา
ชื่อกวั่งสั่งซ้ำให้

กรายมา
รักใขร้
รยะย่าน บ้านเอย
แวะเข้าเย่าเรือนฯ
ภาพพื้นหลัง

ภาพพื้นหลัง Powerpoint เทมเพลท
ภาพเคลื่อนไหว
eXTReMe Tracker   Copyright © 2004 Toursabuy.com - Reproduction without permission prohibited. Web Designer and Web Programmer Contact to webmaster